realme ปล่อย realme UI 3.0 รองรับฟีเจอร์ใน Android 12 เต็มรูปแบบ

realme ปล่อย realme UI 3.0 รองรับฟีเจอร์ใน Android 12 เต็มรูปแบบ

realme แบรนด์สมาร์ตโฟนเพื่อคนรุ่นใหม่ที่เติบโตเร็วที่สุดในโลก ประกาศปล่อย realme UI 3.0 เพื่อตอบโจทย์การใช้งานของหนุ่มสาวยุคดิจิทัล โดย realme UI 3.0 จะรอบรับฟีเจอร์ใหม่ ๆ ของระบบปฏิบัติการ Android 12 ได้อย่างเต็มรูปแบบตามคอนเซ็ปต์ Seamless Fun

realme UI 3.0 มาพร้อมการอัปเกรดทุกมิติทั้งดีไซน์ที่สดใสสบายตา ความลื่นไหลที่สัมผัสได้ การปรับแต่งได้ตามใจ ความเป็นส่วนตัวที่ดียิ่งขึ้น และแน่นอน ประสิทธิภาพการทำงานขั้นสุดยอด เพื่อมอบประสบการณ์ใหม่ให้กับผู้ใช้งานสมาร์ตโฟน realme เท่านั้น

realmeui3.0_2

Fluid Space Design – ดีไซน์สวยสดใสสบายตา

realme UI 3.0 นำเสนอดีไซน์ที่โดดเด่นยิ่งกว่า ด้วยการจัดเลย์เอาต์ใหม่ให้เป็นระเบียบ สบายตา เพื่อการใช้งานที่ดูลื่นไหลยิ่งขึ้น

เรื่องแรกเลย คือ ไอคอนผ่านการดีไซน์ใหม่เป็นภาพ 3D ที่ดูสดใสมากยิ่งขึ้น โดยเน้นเส้นขอบที่ชัดเจน ผสานการใช้โทนสีแบบกึ่งโปร่งแสง เพื่อเพิ่มความสวยงามสบายตาและดูมีชีวิตชีวาสไตล์คนรุ่นใหม่ ทำให้รูปลักษณ์ไอคอนโดยรวมมีสีสันเจิดจ้าสะดุดตา และให้มุมมมองที่ดูมีมิติยิ่งขึ้น เมื่อเปรียบเทียบกับ UI 2.0 จะเห็นว่าไอคอนใหม่ให้ขอบเขตสีที่กว้างกว่า จึงสามารถเลือกให้เหมาะสมกับบุคลิกของผู้ใช้แต่ละคนได้หลากหลายมากขึ้น

นอกจากนี้ realme UI 3.0 ยังจัดวางเลย์เอาต์ใหม่เพื่อให้ข้อมูลดูไม่อัดแน่นบนหน้าจอมากเกินไป โดยมีการเว้นระยะห่างอย่างเหมาะสม ทั้งขนาดและคอนทราสต์ของตัวหนังสือถูกกำหนดใหม่ให้ผู้ใช้รู้สึกได้ถึงระดับความสำคัญที่แตกต่างกัน และความใส่ใจต่อข่าวสารที่มีการแจ้งเตือน ซึ่งช่วยยกระดับประสบการณ์การใช้งานได้ดีขึ้น

Personalization – ปรับแต่งหน้าจอได้ตามใจคุณ

realme UI ให้ความสำคัญกับการปรับแต่งหน้าจอตามบุคลิกผู้ใช้งานเสมอ ทั้งไอคอน พื้นหลัง ตัวหนังสือ และองค์ประกอบอื่น ๆ และใน realme UI 3.0 รองรับการปรับแต่งธีมสีแบบสากล เพื่อให้ผู้ใช้เลือกโทนสีที่โดนใจได้ตามใจ รวมถึงการอัปเกรด AOD ( Always-On Display) เพื่อให้ผู้ใช้นำภาพโปรดมาทำเป็นภาพหน้าจอได้อย่างง่ายดาย หรือเลือก AOD ดีไซน์ realmeow (เรียวเหมียว) มัสคอตสุดน่ารักของแบรนด์ ให้คุณแสดงตัวตนที่โดดเด่นได้ไม่เหมือนใคร!

realmeui3.0_3
realmeui3.0_4
realmeui3.0_5

นอกจากนี้ realme UI 3.0 ยังรองรับ Omoji ทั้งรูปสัตว์ประหลาด อาหาร และสิ่งของต่าง ๆ ในชีวิตประจำวัน ให้คุณเลือกใช้ได้อย่างหลากหลายตามจินตนาการของคุณ รวมถึงวอลล์เปเปอร์ภาพเคลื่อนไหวแบบไดนามิกสำหรับบางรุ่น เพื่อให้คุณได้สัมผัสประสบการณ์เอ็ฟเฟ็กต์ภาพแบบใหม่อย่างเต็มตา

Fluidity and Functionality – ความลื่นไหลที่สัมผัสได้และประสิทธิภาพการทำงานขั้นสุดยอด

ผลการสำรวจของ realme พบว่าผู้ใช้งานส่วนใหญ่ประทับใจกับความลื่นไหลของ realme UI 2.0 และความลื่นไหลนั้นก็ได้รับการอัปเกรดมากขึ้นใน realme UI 3.0

realmeui3.0_6

realme UI 3.0 ได้มีการนำเสนอ AI เพื่อการทำงานที่ราบรื่นในทุกฟีเจอร์และช่วยลดการใช้พลังงานแบตเตอรี่ตั้งแต่ระดับพื้นฐาน รวมถึงอัตราการใช้งานหน่วยความจำก็ถูกยกระดับประสิทธิภาพ ลดช่องว่างการบันทึกข้อมูลในหน่วยความจำ และ AI ยังช่วยบีบอัดหน่วยความจำเพื่อให้สามารถเปิดโปรแกรมการทำงานที่แตกต่างกันได้อย่างราบรื่น รวมถึงการจัดลำดับการใช้ทรัพยากรอย่างเหมาะสม ปัจจัยเหล่านี้ช่วยลดการใช้หน่วยความจำเครื่องได้ถึง 30% เพิ่มประสิทธิภาพการเปิดแอปพลิเคชันในภาพรวมได้ถึง 13% และเพิ่มอายุแบตเตอรี่ได้ถึง 12%

ในขณะเดียวกัน การทำภาพเคลื่อนไหว (แอนิเมชั่น) ก็ได้รับการพัฒนาขึ้น โดย AI Animation Engine จะตั้งรูปแบบการเปลี่ยนแปลงภาพโดยกำหนดตามการเคลื่อนไหวและความโค้งของวัตถุ เอ็ฟเฟ็กต์ของแอนิเมชั่นจะสอดคล้องตามการปัดหน้าจอที่เน้นความ “สะดวกง่ายดาย” มากขึ้น และนั่นทำให้รู้สึกลื่นไหลมากขึ้นด้วย

realme UI 3.0 ยังนำเสนอฟีเจอร์ Floating Window 2.0 ซึ่งผู้ใช้สามารถควบคุมหน้าต่างของแอปต่าง ๆ ได้ตามใจ เพื่อให้ใช้งานได้ง่ายและสะดวกยิ่งกว่าเดิม ซึ่งครอบคลุมทุกการใช้งานด้านการสื่อสารและคอนเทนต์ต่าง ๆ อย่างสมบูรณ์แบบ

Privacy – ให้คุณมั่นใจกับความเป็นส่วนตัวที่ดีขึ้น

realme UI 3.0 อัปเดตมาตรฐานความเป็นส่วนตัวเพื่อรับประกันว่าข้อมูลส่วนบุคคลของผู้ใช้งานจะมีความมั่นคงปลอดภัยมากขึ้น นอกจากนี้ ยังมาพร้อมฟีเจอร์ Subtitle Stitching เวอร์ชั่นปรับปรุงใหม่ ที่ช่วยให้คุณแชร์ภาพและวิดีโอโปรดได้แบบเป็นส่วนตัว และเพื่อเพิ่มความปลอดภัยในการแบ่งปันคอนเทนต์ ผู้ใช้สามารถลบข้อมูลสถานที่และข้อมูลการถ่ายภาพในรูปภาพที่แชร์ได้ รวมถึงซ่อนเวลาถ่าย รุ่นกล้อง และการตั้งค่าอื่น ๆ อีกทั้งใน realme UI 3.0 ผู้ใช้ยังสามารถปิดการอนุญาตของแอปพลิเคชันต่าง ๆ ได้มากขึ้น โดยเฉพาะข้อมูลตำแหน่งปัจจุบัน โดยสามารถตั้งเป็นการไม่ระบุตำแหน่งแบบชี้ชัด เพื่อเพิ่มระดับความเป็นส่วนตัว

ยิ่งไปกว่านั้น การแสดงข้อมูลด้วยภาพยังทำให้ผู้ใช้ทราบถึงระดับความเป็นส่วนตัวของกิจกรรมต่าง ๆ ของแอปได้ โดยสามารถมองเห็นระดับการอนุญาตเข้าถึงของแอปในรูปแบบภาพกราฟิก ที่แสดงรายการของการอนุญาตการเข้าถึงของแอป รวมถึงรายละเอียดเกี่ยวกับการใช้งานแอปต่าง ๆ ซึ่งจะช่วยให้ผู้ใช้สามารถควบคุมการใช้งานแอปได้ในทุกแง่มุม

realmeui3.0_7

Upgrade Roadmap – กำหนดการอัปเกรด

realme UI 3.0 พัฒนาให้สอดคล้องกับสมาร์ตโฟนแต่ละรุ่น โดยจะทยอยปล่อยใช้งานตามกำหนดเวลาต่อไปนี้ โดยแฟน ๆ realme สามารถติดตามข่าวสารได้ผ่านช่องทางต่างๆ อย่างเป็นทางการของ realme

ตุลาคม ปี 2564

realme GT

ธันวาคม ปี 2564

realme X7 Max, realme GT Master Edition, realme 8 Pro, realme GT Neo2 5G

ไตรมาส 1 ปี 2565

realme X50 Pro 5G, realme 7 Pro, realme X7 Pro, realme 8 4G, realme Narzo 30, realme C25, realme C25s, realme narzo 50A, realme 8i

ไตรมาส 2 ปี 2565

realme X7, realme X3, realme X3 SuperZoom, realme 8 5G, realme 8s, realme 7 5G, realme Narzo 30 Pro 5G, realme Narzo 30 5G

ขอขอบคุณ – Sanook

ลือหนัก! Samsung อาจเปิดตัว Galaxy S21 FE ในเดือนตุลาคมนี้

ลือหนัก! Samsung อาจเปิดตัว Galaxy S21 FE ในเดือนตุลาคมนี้

เมื่อวันที่ 13 ตุลาคม 2021 ที่ผ่านมา Samsung ได้สร้างเซอร์ไพรส์ด้ยการประกาศกำหนดการจัดอีเวนต์ Unpacked Part 2 ในวัน 20 ตุลาคม 2021 นี้ โดยล่าสุด ผู้รายงานข้อมูลจากแหล่งข่าววงในอย่าง Ross Young, Max Weinbach และ Jon Prosser ได้ทวีตข้อมูลว่า มีความเป็นไปได้ว่า Samsung อาจเปิดตัวสมาร์ตโฟนเรือธงรุ่นพิเศษ Galaxy S21 FE อย่างเป็นทางการ ในอีเวนต์ดังกล่าวนี้

ก่อนหน้านี้ได้มีข่าวลือมากมายเกี่ยวกับ Samsung S21 FE รวมถึงได้มีการคาดการณ์ว่าอาจวางจำหน่ายล่าช้า เนื่องจากปัญหาขาดแคลนชิปที่เกิดขึ้นทั่วโลก ซึ่ง Ross Young ได้อ้างในทวีตล่าสุดว่า Samsung เริ่มการผลิต Galaxy S21 FE อย่างเต็มกำลังในต้นเดือนธันวาคม 2021 นี้

Samsung Galaxy S21 FE

นอกจากนี้ ทั้ง 3 คน ยังได้ทวีตข้อมูลตรงกันว่า Samsung จะวางจำหน่าย Galaxy S21 FE ในวันที่ 11 มกราคม 2022

ถ้าหากข้อมูลดังกล่าวเป็นความจริง ก็อาจส่งผลทำให้ Samsung ต้องเลื่อนกำหนดการเปิดตัว Galaxy S22 ออกไปยังเดือนกุมภาพันธ์ 2022 ก็เป็นได้ เพื่อป้องกันมิให้ผู้บริโภคให้ความสนใจ Galaxy S21 FE น้อยกว่าที่ Samsung ได้ตั้งเป้าไว้

อย่างไรก็ดี นี่ยังเป็นเพียงข่าวลือเท่านั้น จึงควรรอชมอีเวนต์ Unpacked Part 2 ที่จะจัดขึ้นในวันที่ 20 ตุลาคม 2021 นี้เสียก่อนว่า Samsung จะประกาศเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใดบ้าง และจะมีกำหนดการวางจำหน่ายเมื่อไรบ้าง

ขอขอบคุณ – sanook

HTC เปิดตัวแว่น VIVE Flow แว่น VR สำหรับกลุ่มคนที่แค่อยากเสพคอนเทนต์ 360

HTC เปิดตัวแว่น VIVE Flow แว่น VR สำหรับกลุ่มคนที่แค่อยากเสพคอนเทนต์ 360

VIVE Flow แว่นตา Virtual Reality แบบ Standalone ตัวล่าสุดจาก HTC เปิดตัวแล้วด้วยขนาดสุดน่ารัก และเบามาก เพียง 189 กรัมเท่านั้น โดยแว่นตัวนี้นั้นจะแตกต่างจากแว่นรุ่นอื่น ๆ ที่ HTC เคยเปิดตัวออกมาก่อนหน้านี้ทั้งหมด โดยอาจจะนำไปเทียบได้กับอีกแบรนด์หนึ่งอย่าง Oculus Go เพราะแว่นตัวนี้นั้นไม่มี Controller ให้มาด้วย แต่จะใช้สมาร์ตโฟนของเราในการบังคับเป็น laser point คล้ายกับ Oculus Go และ Google Daydream

HTC บอกว่า แว่นตัวนี้เหมาะสำหรับผู้ใช้งานที่ต้องการแค่เสพคอนเทนต์ VR แบบ 360 เท่านั้น เหมาะสำหรับนั่งรับชมอยู่กับที่ และหันมองไปรอบ ๆ (คนที่เล่น VR อาจจะคุ้นเคยกับโหมดแบบนี้ที่เรียกว่า ‘Stationary’) แต่ในตัว VIVE Flow ก็ยังสามารถใช้กล้อง และเซนเซอร์ tracking มือของเราได้ ว่ามือของเราอยู่ตรงไหน และสามารถใช้ได้ในบางแอปพลิเคชัน แต่จะไม่ได้ track ละเอียดแบบ Oculus Quest ที่สามารถจับได้ทุกนิ้ว และเคลื่อนไหวแบบ realtime (โดย HTC บอกว่า มีแผนจะปล่อยอัปเดตให้ tracking นิ้วได้ด้วยในอนาคต)

HTC Vive Flow มาพร้อมกับหน้าจอความละเอียดข้างละ 1.6k และมี FoV 100 องศา จอภาพรีเฟรชเรท 75Hz มาพร้อมขุมพลัง Snapdragon XR1 (อันนี้จะด้อยกว่า Oculus Quest 2 ที่ใช้ XR2) มาพร้อมกับความจุภายใน 64GB และไม่สามารถเพิ่ม SD Card ได้

HTC Vive Flow จะใช้สมาร์ตโฟนเป็นหลักในการควบคุม โดยหลักๆ เราจะสามารถสตรีมภาพจากมือถือของเราเข้าไปในตัวแว่นได้ พร้อมกับเลือกแบบคอนเทนต์ และแอปแบบ 360 และ VR จากตัวมือถือ โดย HTC บอกว่า ณ ตอนวางจำหน่าย จะมีแอปรองรับรออยู่แล้วถึง 100 แอป แถมยังมีระบบ subscription library รายเดือน เดือนละ 199 บาท (5.99 เหรียญฯ) เพื่อสามารถใช้แอปอะไรก็ได้โดยที่ไม่ต้องซื้อHTC Vive Flow วางจำหน่ายรุ่นเดียวในราคา 16,600 บาท (499 เหรียญฯ) โดยตัวแว่นจะเริ่มเปิดให้พรีออเดอร์ในวันพรุ่งนี้ (16 ตุลาคม) และจะเร่ิ่มจัดส่งในเดือนถัดไป

ขอขอบคุณ – sanook

เตรียมลุ้น !! คลังจ่อชง ครม. “คนละครึ่งเฟส 4”

เตรียมลุ้น !! คลังจ่อชง ครม. “คนละครึ่งเฟส 4”

อัปเดตล่าสุดความคืบหน้าโครงการคนละครึ่งซึ่งเป็นโครงการที่รัฐบาลออกมาเพื่อกระตุ้นการจับจ่ายใช้สอยภายในประเทศ ช่วยบรรเทาภาระค่าใช้จ่ายกับภาคประชาชน และช่วยเพิ่มสภาพคล่องให้ร้านค้ารายย่อยทั่วประเทศ ซึ่งมีเป้าหมายให้ประชาชนลงทะเบียนอยู่ที่ 10 ล้านคนด้วยกัน โดยจากการดำเนินการโครงการคนละครึ่งในแต่ละระยะที่ผ่านมาถือว่าได้รับผลตอบรับจากประชาชนค่อนข้างดี ประชาชนสามารถออกมาจับจ่ายใช้สอยเพิ่มมากยิ่งขึ้น ประกอบกับช่วงโค้งสุดท้ายของปี รัฐบาลจึงพยายามกระตุ้นเศรษฐกิจในช่วงโค้งสุดท้าย ผ่านโครงการและมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ ที่หลากหลาย และแน่นอนว่าโครงการครึ่งละครึ่งเป็นโครงการที่ได้รับการตอบรับจากประชาชนค่อนข้างดี 
 
ปัจจุบันโครงการคนละครึ่งเฟส 3 มีผู้ใช้สิทธิสะสม 24.81 ล้านคน ยอดใช้จ่ายสะสม 82,670.2 ล้านบาท แบ่งเป็นส่วนที่ประชาชนจ่ายสะสม 42,032.9 ล้านบาท และรัฐร่วมจ่ายสะสม 40,637.3 ล้านบาท

อย่างไรก็ตามมีกระแสข่าวออกมาว่า กระทรวงการคลังจะชง โครงการคนละครึ่ง ให้คณะรัฐมนตรี (ครม.) พิจารณาอีกครั้งในการประชุม ครม.ในวันอังคารที่ 19 ตุลาคม 2564 ประชาชนรอลุ้นได้เลยอาจจะมีการพิจารณาเคาะโครงการคนละครึ่งเฟส 4 แน่นอน 

เนื่องจากพลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ชื่นชมที่ประชาชนมีการปรับตัวและทยอยออกมาใช้ชีวิตแบบวิถีใหม่กันแล้ว มาตรการต่างๆ ที่รัฐบาลวางไว้ ทำให้วันนี้ทุกอย่างเริ่มคลี่คลายและเศรษฐกิจกำลังดีขึ้นเรื่อยๆ โดยยอดการใช้จ่ายโครงการสะสมผ่านฟู้ดเดลิเวอรี่แพลตฟอร์มล่าสุด เพียง 4 วันแรก (4 –7 ตุลาคม 2564) ของโครงการคนละครึ่งระยะที่ 3 มีการใช้จ่ายสะสม 112.4 ล้านบาท แบ่งเป็นเงินที่ประชาชนจ่าย 57.9 ล้านบาท และรัฐร่วมจ่าย 54.5 ล้านบาท ส่วนโครงการยิ่งใช้ยิ่งได้มีการใช้จ่ายสะสม 94,703 บาท แล้ว

ขอขอบคุณ komchadluek

Apple ปล่อยอัปเดท iOS 15.0.2 และ watchOS 8.0.1 แล้ว

Apple ปล่อยอัปเดท iOS 15.0.2 และ watchOS 8.0.1 แล้ว

หลังจากที่ Apple ปล่อย iOS 15.0.1 ออกมาสักระยะเวลาหนึ่งทำให้คุ้นเคยกันไปแล้ว ล่าสุด Apple ได้ปล่อย Firmware ใหม่อีกครั้งในชื่อ iOS 15.0.2 และ watchOS 8.0.1 จะมีอะไรเปลี่ยนแปลงบ้างเรามาดูกัน

iOS 15.0.2

ios2

รายการอัปเดตนี้มีการแก้ไขข้อบกพร่องสำหรับ iPhone ของคุณ ดังนี้

  • รูปภาพที่บันทึกไปยังคลังของคุณจากแอปข้อความสามารถลบได้หลังจากเอากลุ่มข้อความหรือการสนทนาที่เกี่ยวข้องออก
  • เคสหนังแบบกระเป๋าสตางค์สำหรับ iPhone พร้อม MagSafe อาจไม่เชื่อมต่อกับ “ค้นหาของฉัน”
  • AirTag อาจไม่แสดงในแถบสิ่งของในแอป “ค้นหาของฉัน”
  • CarPlay อาจเปิดแอปเสียงไม่สำเร็จหรือเลิกเชื่อมต่อในระหว่างเล่น
  • การกู้คืนหรือการอัปเดตอุปกรณ์อาจไม่สำเร็จเมื่อใช้ Finder หรือ iTunes สำหรับ iPhone 13 รุ่นต่างๆ

iPadOS 15.0.2

รายการอัปเดตนี้มีการแก้ไขข้อบกพร่องสำหรับ iPad ของคุณ ดังนี้

  • รูปภาพที่บันทึกไปยังคลังของคุณจากแอปข้อความสามารถลบได้หลังจากเอากลุ่มข้อความหรือการสนทนาที่เกี่ยวข้องออก
  • AirTag อาจไม่แสดงในแถบสิ่งของในแอป “ค้นหาของฉัน”
  • การกู้คืนหรือการอัปเดตอุปกรณ์อาจไม่สำเร็จเมื่อใช้ Finder หรือ iTunes สำหรับ iPad mini (รุ่นที่ 6)

watchOS 8.0.1

จะอัปเดตให้กับผู้ใช้งาน Apple Watch Series 3 มากกว่า โดยมีการปรับปรุงเรื่องของการทำงานและบางโปรแกรมช่วนเหลือใน Accessibility Setting ที่ไม่ทำงานกับ Apple Watch Series 3

ทั้งหมดคุณสามารถดาวน์โหลดได้ตั้งแต่วันนี้ ผ่านหน้าจอของมือถือหรือ iPad ของคุณ เข้าไปที่ Setting (ตั้งค่า) > General (ทั่วไป) > Software Update ซอฟต์แวร์ อัปเดท

ขอขอบคุณ – sanook

Tim Cook ให้สัมภาษณ์ “เขาไม่ต้องการให้อุปกรณ์ Apple ถูกใช้สำหรับการไถหน้าจออย่างไม่มีจุดจบ”

Tim Cook ให้สัมภาษณ์ “เขาไม่ต้องการให้อุปกรณ์ Apple ถูกใช้สำหรับการไถหน้าจออย่างไม่มีจุดจบ”

หนึ่งในประเด็นที่มีการพูดคุยกันมาตลอดในช่วงหลายปีที่ผ่านมาคือ การที่ผู้คนในปัจจุบันใช้เวลาหลายชั่วโมงอยู่กับหน้าจอโซเชียลมีเดียวของตัวเอง แอป Twitter, Facebook, TikTok, Instagram และอีกมากมาย ถูกสร้างขึ้นมาด้วยระบบที่ทำให้เราสามารถเข้าถึงเนื้อหาจำนวนมหาศาล ทั้งยังใช้อัลกอริทึมที่เลือกแสดงเนื้อหาที่มีความเหมาะสมกับความสนใจกับผู้ใช้

ในระหว่างการสัมภาษณ์ ทิม คุก (Tim Cook) ได้แสดงความเห็นเกี่ยวกับแอปพลิเคชัน ‘Shine’ ซึ่งออกแบบเพื่อช่วยเหลือผู้ัใช้งานในการรับมือกับการตีตราทางสัคมซึ่งส่งผลต่อสุขภาพจิตในชีวิตประจำวันและในที่ทำงาน คุกเชื่อว่า แอปพลิเคชันอย่าง Shine เป็นตัวอย่างที่ดีที่แสดงให้เห็นว่า เทคโนโลยีสามารถใช้เพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตของคนได้

แหล่งที่มา: Claudio Scotto

คุกยังถูกถามความเห็นถึงรายงานล่าสุดเกี่ยวกับการที่ Facebook และ Instagram ส่งผลต่อสุขภาพจิตของวัยรุ่น ซึ่งคุกได้อธิบายว่า สิ่งนี้คือเหตุผลที่ Apple พัฒนาฟีเจอร์อย่าง Screen Time ขึ้นมา อย่างไรก็ตามระยะเวลาในการใช้งานโซเชียลมีเดียก็เป็นแค่ส่วนประกอบหนึ่ง สิ่งที่สำคัญคือ คุณใช้งานมันเพื่ออะไรต่างหาก

เขาอธิบายว่า “เราต้องการให้คนทำสิ่งต่าง ๆ บนอุปกรณ์ของเขา เช่น นิทรรศการรูปภาพ(จากสมาร์ตโฟน) หรือการเชื่อมต่อกับครอบครัวและเพื่อน ๆ ผ่าน FaceTime แต่ไม่ใช่การไถหน้าจออย่างไม่มีจุดจบโดยไม่คิดอะไร เราควรเป็นผู้ควบคุมเทคโนโลยี ไม่ใช่ทางตรงกันข้าม”

gettyimages-1173626127

การเสพติดโลกออนไลน์และเทคโนโลยีเป็นหนึ่งในสิ่งสำคัญที่ Apple ต้องการจะแก้ปัญหา และบริษัทเชื่อว่าจะสามารถทำอะไรเพิ่มเติมได้เพื่อป้องกันการเกิดปัญหาดังกล่าว และในตอนนี้บริษัทยังมีการวิจัยเพื่อหาทางสังเกตระบุอาการทางสุขภาพจิตเบื้องต้นและอาจช่วยเตือนสัญญาณเกี่ยวกับสุขภาพจิตได้

ขอขอบคุณ – sanook