by Krittham Niyomsiriwanich | Nov 16, 2021 | Uncategorized
OnePlus ประกาศเปิดตัว Nord 2 5G PAC-MAN Edition เป็นสมาร์ทโฟนระดับกลางรุ่นล่าสุดจาก OnePlus ซึ่งจะวางขายในอินเดียและยุโรป โดยในรุ่นพิเศษนี้จะมาพร้อมดีไซน์ใหม่ที่ได้รับแรงบันดาลใจมาจากเกมอาร์เคดสุดคลาสสิคในช่วงปี ’80s ภายใต้ธีม PAC-MAN แต่จะยังคงแฝงมาด้วยฮาร์ดแวร์ที่ทันสมัยที่ใช้กับ OnePlus Nord 2 ซึ่งเปิดตัวในเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมาเมื่อเปิดเครื่องสมาร์ทโฟนจะมาพร้อมวอลเปเปอร์ในธีม PAC-MAN และเมื่อชาร์จก็จะมีธีม PAC-MAN รวมถึงไอค่อนต่าง ๆ และเสียงแจ้งเตือนที่เป็นธีม PAC-MAN ทั้ง OnePlus ยังจะติดตั้งเกม PAC-MAN มาให้อีกด้วยยิ่งกว่านั้น OnePlus ยังได้ให้เคสธีม PAC-MAN ที่มาพร้อมศัตรูที่น่ากลัวอย่าง Inky, Blinky, Pinky และ Clyde และหากใครที่สั่งซื้อ Nord 2 PAC-MAN Edition โดยตรงกับ OnePlus ก็จะได้รับที่ตั้งสมาร์ทโฟนธีม PAC-MAN ที่เป็นตัวต่อ LegoOnePlus ยังไม่ได้เปิดเผยดีไซน์ของรุ่นนี้
ผู้ที่อยู่ในประเทศที่จะวางขายจะสามารถเข้าร่วมเพื่อลุ้นรางวัลเป็น Nord 2 PAC-MAN edition และหูฟัง OnePlus Buds Z ได้จากการเข้าไปที่เว็บไซต์ของบริษัท และเข้าเล่น Pac-Man ให้ได้คะแนนสูงกว่าเกณฑ์ที่กำหนดก็จะมีสิทธิ์ลุ้นรับสมาร์ทโฟนรุ่นพิเศษรุ่นนี้
OnePlus Nord 2 PAC-MAN Edition จะเปิดขายใน 3 ประเทศด้วยกัน ได้แก่ สหราชอาณาจักร, ยุโรป และอินเดีย ในวันที่ 16 พฤศจิกายน ด้วยราคา (ประมาณ 20,600 บาท)
ขอบคุณข้อมูลจากเว็บไซต์ : Beartai
by Sokid Munkong | Nov 12, 2021 | Uncategorized
เมื่อเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา ที่มีการเปิดตัว iOS 15 นั้น ก็มาพร้อมกับฟีเจอร์ Digital Legacy ที่จะเปิดให้ผู้ใช้สามารถตั้งผู้ใช้คนอื่นให้เป็นผู้รับมรดก ดูแลบัญชี iCloud ของผู้ใช้งานหลังผู้ใช้จากโลกไปแล้วได้ แต่ก็ไม่ได้มีการเปิดใช้งานไปพร้อมกับการปล่อย iOS 15 ที่ผ่านมา
ล่าสุดใน iOS 15.2 Beta 2 และ iPadOS 15.2 Beta 2 ได้เปิดให้ผู้ใช้สามารถใช้งานฟีเจอร์ Digital Legacy เพื่อเขียนมรดกให้กับผู้ใช้ที่เชื่อถือได้หรือบุคคลภายในครอบครัวได้แล้ว เมื่อผู้ใช้ได้เสียชีวิตไป ผู้ที่ถูกระบุไว้ในมรดกนั้นจะสามารถเข้าถึงข้อมูลของผู้ใช้งาน เช่น ภาพถ่าย วิดีโอ โน้ต เอกสาร หรือข้อมูลอื่น ๆ ได้ โดยจะต้องมีใบมรณบัตรและรหัสในการเข้าถึงในการยืนยันด้วย
การใช้งาน Digital Legacy นี้ จะอยู่ในเมนูที่ชื่อว่า Legacy Contact ซึ่งอยู่ในการตั้งค่า Password & Security นั่นเอง โดยผู้ใช้สามารถใช้ได้แล้วหากอยู่บน iOS 15.2 Beta 2
ขอขอบคุณ – Sanook
by Sokid Munkong | Nov 11, 2021 | Uncategorized
อัพเดทลงทะเบียนฉีดวัคซีนเข็ม 3 มีที่ไหนและใช้สูตรไหนบ้าง รวบรวมมาให้ที่นี่แล้ว สามารถเช็คเงื่อนไข คุณสมบัติ ชนิดของวัคซีน และกำหนัดวันฉีดได้เลย
1.”ลงทะเบียนฉีดวัคซีนเข็ม 3″ ณ สถานีกลางบางซื่อ
ลงทะเบียนฉีดวัคซีนเข็ม 3 ผ่าน 4 ค่ายมือถือ เอไอเอส (AIS) , ทรู (True) , ดีแทค (DTAC) และ NT บมจ.โทรคมนาคมแห่งชาติ โดยชนิดวัคซีนกระตุ้นเข็ม 3 เป็น แอสตร้าเซนเนก้า (AstraZeneca) โดยมีเงื่อนไข สำหรับผู้ที่ฉีดวัคซีนซิโนแวค (Sinovac) หรือ ซิโนฟาร์ม (Sinopharm) ครบ 2 เข็ม ระยะห่างจากเข็มที่ 2 ถึงเข็มกระตุ้น (เข็ม 3) อย่างน้อย 30 วัน กำหนดวันฉีดวัคซีนวันที่ 13-30 พฤศจิกายน 2564 ณ ศูนย์ฉีดวัคซีนกลางบางซื่อ เวลา 09.00-17.00 น.
2.”ลงทะเบียนฉีดวัคซีนเข็ม 3″ โรงพยาบาลศิริราช
“ฉีดวัคซีน” เข็ม 3 แอสตร้าเซนเนก้า (AstraZeneca) ลงทะเบียนผ่านแอพพลิเคชั่น “ศิริราชคอนเน็ค” (Siriraj connect) ได้ตั้งแต่วันนี้ถึงวันที่ 14 พฤศจิกายน 2564 โดยจะปิดรับเวลา 12.00 น. ของวันที่ 14 พฤศจิกายน 2564 หรือจนกว่าคิวจะเต็ม
เงื่อนไข
1.ผู้มีสิทธิจองคิวการฉีดวัคซีนโควิด-19 จากเดิม ต้องเป็นผู้ได้รับวัคซีนโควิด 19 ชนิดซิโนแวคที่โรงพยาบาลศิริราชเป็น “ผู้ที่ได้รับวัคซีนโควิด-19 ชนิด ซิโนแวคจากที่ใดก็ได้ในประเทศไทย
2.เป็นผู้ที่ได้รับการฉีดวัคซีนโควิด-19 ชนิดซิโนแวคครบ 2 เข็มแล้ว ไม่เกินวันที่ 31 กรกฎาคม 2564
3.ผู้จองวัคซีนจะได้รับการฉีดวัคซีนโควิด-19 ชนิดแอสตราเซนเนก้า เป็นบูสเตอร์โดส หรือ เข็ม 3
4. ฉีดวัคซีนตั้งแต่วันที่ 18 พฤศจิกายน-1 ธันวาคม 2564 เวลา 08.00-15.00 น. (ปิดรับลงทะเบียนเข้าฉีดวัคซีนเวลา 14.30 น.)
3.”ลงทะเบียนฉีดวัคซีนเข็ม 3″อบจ.นนทบุรี
เปิดรับลงทะเบียน “ฉีดวัคซีน” โมเดอร์นา (Moderna) เข็ม 3 ผ่านไลน์วัคซีน อบจ.นนทบุรี (คลิกที่นี่) ตั้งแต่วันพุธที่ 10 พฤศจิกายน 2564 (จนกว่าจะครบจำนวน)
“ฉีดวัคซีน” โมเดอร์นา (Moderna) ในวันอังคารที่ 23 พฤศจิกายน 2564 ณ สนามฉีดวัคซีนเซ็นทรัลพลาซาเวสต์เกต อำเภอบางใหญ่ จังหวัดนนทบุรี
เงื่อนไข
- มีทะเบียนบ้านในจังหวัดนนทบุรี
- ประชาชนทั่วไปอายุ 18 ปีขึ้นไป
- ได้รับวัคซีน ซิโนฟาร์ม 2 เข็ม มาแล้วไม่น้อยกว่า 1 เดือน
4. หาดใหญ่ Walk in ฉีดวัคซีนเข็ม 3
“โรงพยาบาลหาดใหญ่” เปิด Walk in “ฉีดวัคซีน” กระตุ้นเข็มที่ 3 ไฟเซอร์ (Pfizer) สำหรับผู้ที่ได้รับวัคซีนซิโนแวค 2 เข็ม หรือ ซิโนฟาร์ม 2 เข็ม ก่อนวันที่ 31 กรกฎาคม 2564
สามารถเข้ามารับ “วัคซีนไฟเซอร์” เป็นเข็มกระตุ้นเข็ม 3 ในวันที่ 8-12 พฤศจิกายน 2564 ตั้งแต่เวลา 10.00 – 14.00 น. ที่สนามกลางจิระนคร หรือ หอประชุมค่ายเสนาณรงค์ รับจำนวน 600 คิวต่อวัน
5.ลงทะเบียนรับวัคซีนเข็ม 3 ไทยร่วมใจ
ลงทะเบียนรับวัคซีนเข็ม 3 แอสตร้าเซเนก้า สำหรับผู้ที่ฉีดวัคซีน “ซิโนแวค” หรือ “ซิโนฟาร์ม” ครบ 2 เข็มจากศูนย์ฉีดอื่นๆ ในวันที่ 12-13 พ.ย.2564 ตั้งแต่เวลา 8.00 – 22.00 น. (จะปิดรับลงทะเบียนเมื่อผู้จองสิทธิ์ครบตามจำนวนวัคซีนที่ได้จัดสรรมา) โดยจะฉีดวัคซีนในวันที่ 14-15 พ.ย. 2564 พร้อมแสดงหลักฐานการฉีดวัคซีนครบ 2 เข็ม
by Sokid Munkong | Nov 10, 2021 | Uncategorized
โครงการเงินอุดหนุนเพื่อเลี้ยงดูเด็กแรกเกิด โอนเงินเข้าบัญชีผู้ปกครองผู้มีสิทธิ ประจำเดือนพฤศจิกายน 2564 จำนวน 600 บาท
วันที่ 10 พฤศจิกายน 2564 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า โครงการเงินอุดหนุนเพื่อเลี้ยงดูเด็กแรกเกิด หรือเงินอุดหนุนบุตร โดยกรมกิจการเด็กและเยาวชน ประกาศ โอนเงิน ประจำรอบเดือนพฤศจิกายน 2564 จำนวน 600 บาท โดยมีรายละเอียด ดังนี้
- ธนาคารจะโอนเงินเข้าบัญชีให้กับผู้มีสิทธิ วันที่ 10 พฤศจิกายน 2564
- ตรวจสอบบัญชีธนาคารที่ใช้รับเงินอุดหนุน เนื่องด้วยทางกรมกิจการเด็กและเยาวชน จะทราบผลการจ่ายเงิน อีก 14 วัน หลังจากมีการจ่ายเงินไปแล้ว
ผู้มีสิทธิรับเงิน
- ผู้มีสิทธิรับเงินอุดหนุนรายเดิม (กลุ่มเด็กที่เกิดตั้งแต่เดือนธันวาคม 2558 เป็นต้นไป)
- ผู้มีสิทธิรายใหม่ ที่ผ่านการพิจารณา โดยมีข้อมูลสมบูรณ์ในระบบฐานข้อมูลของโครงการเงินอุดหนุน ภายใน 25 สิงหาคม 2564
ตรวจสอบสิทธิ
การจ่ายเงิน
- จ่ายตรงงวด และจ่ายตกเบิก จำนวน 600 บาทต่อเดือน
- จ่ายย้อนหลังให้ตามสิทธิของแต่ละบุคคล
- ผู้ลงทะเบียนรายใหม่ ที่มายื่นขอรับสิทธิ ตั้งแต่เดือนตุลาคม 2563 เป็นต้นไป สิทธิที่ได้รับจะเริ่มได้รับเงินในเดือนที่ยื่นขอรับสิทธิ ไม่ย้อนหลังให้ไปจนถึงเดือนที่เด็กเกิด
หากมีข้อมูลสอบถามเพิ่มเติม สามารถติดต่อสอบถามได้ที่ศูนย์ปฏิบัติการโครงการเงินอุดหนุนเพื่อการเลี้ยงดูเด็กแรกเกิด โดยโทร.ที่เบอร์ติดต่อโดยตรง 0-2651-6534, 0-2651-6920, 0-2651-6902 หรือ 0-2255-5250 ต่อ 121, 122, 123, 147, 152 ทั้งนี้สามารถติดต่อได้ในวันและเวลาราชการเท่านั้น

ขอขอบคุณ – Prachachat
by Sokid Munkong | Nov 9, 2021 | Uncategorized
มาสเตอร์การ์ดจับมือบริษัทสกุลเงินดิจิทัลชั้นนำในเอเชียแปซิฟิก เปิดตัวบัตรชำระเงินคริปโตใบแรกในภูมิภาค ร่วมมือกับสามพาร์ทเนอร์ แอมเบอร์ (Amber) บิทคัพ (Bitkub) และ คอย์นจาร์ (CoinJar) เพื่อช่วยให้ผู้บริโภคและธุรกิจสามารถใช้สกุลเงินคริปโตเพื่อจับจ่ายผ่านบัตรชำระเงินจริงหรือดิจิทัลของมาสเตอร์การ์ด
ด้วยความร่วมมือกับมาสเตอร์การ์ด ผู้ให้บริการสกุลเงินคริปโตชั้นนำทั้งสามรายในเอเชียแปซิฟิกจะสามารถเปิดตัวบัตรชำระเงินมาสเตอร์การ์ดที่รองรับสกุลเงินคริปโต และนับเป็นครั้งแรกที่ผู้บริโภคและธุรกิจต่างๆ ในเอเชียแปซิฟิกจะสามารถสมัครใช้งานบัตรชำระเงินคริปโตของมาสเตอร์การ์ด ไม่ว่าจะเป็นบัตรเครดิตบัตรเดบิตหรือบัตรพรีเพด ทำให้ผู้ถือบัตรสามารถแปลงสกุลเงินคริปโตเป็นสกุลเงินแปกติเพื่อจับจ่ายในร้านค้าใดก็ได้ทั่วโลกที่รองรับมาสเตอร์การ์ด
ผู้ให้บริการสินทรัพย์ดิจิทัลทั้งสามรายที่ร่วมเป็นพันธมิตรกับมาสเตอร์การ์ดประกอบด้วย แอมเบอร์ กรุ๊ป (Amber Group) บิทคัพ (Bitkub) ในประเทศไทยและ คอย์นจาร์ (CoinJar) ในออสเตรเลีย ทุกรายเป็นบริษัทที่ให้บริการซื้อหาและแลกเปลี่ยนเงินสกุลคริปโตในตลาดประเทศตนเอง ทั้งสามบริษัทเป็นบริษัทที่ดำเนินธุรกิจเกี่ยวกับคริปโตบริษัทแรกในเอเชียแปซิฟิกที่เข้าร่วมใน โปรแกรมบัตรคริปโต ของมาสเตอร์การ์ดซึ่งเป็นโปรแกรมทั่วโลกที่ช่วยให้บริษัทคริปโตสามารถนำเสนอบัตรจ่ายเงินคริปโตที่ปลอดภัยและถูกต้องตามกฏระเบียบสู่ตลาดในประเทศได้อย่างง่ายดายและรวดเร็วขึ้น ทั้งนี้เพื่อตอบสนองผู้บริโภคที่มองหาวิธีใช้จ่ายและทำธุรกรรมด้วยเงินดิจิทัลอย่างปลอดภัยและมีประสิทธิภาพ
ขณะที่ร้านค้าหลายแห่งรองรับการชำระเงินด้วยสกุลเงินดิจิทัลอย่าง Bitcoin หรือ Eth แล้วแต่ก็ยังไม่เป็นที่ยอมรับอย่างกว้างขวาง ดังนั้น แทนที่จะโอนเงินสกุลดิจิทัลไปยังร้านค้าโดยตรง ผู้ถือบัตรสามารถแปลงสกุลเงินดิจิทัลเป็นสกุลเงินตราแบบดั้งเดิมได้ทันทีและอย่างปลอดภัย ทำให้สามารถจับจ่ายทั้งรูปแบบออนไลน์และออฟไลน์ที่ร้านค้าใดก็ได้ทั่วโลกที่รับมาสเตอร์การ์ด โดยที่สกุลเงินที่เข้าสู่เครือข่ายของมาสเตอร์การ์ดจะเป็นสกุลเงินแบบดั้งเดิม
การประกาศครั้งนี้เกิดขึ้นในช่วงที่ความสนใจในสกุลเงินคริปโตกำลังอยู่ในจุดสูงสุดทั่วภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก จากดัชนีผลสำรวจวิธีการชำระเงินแบบใหม่ของมาสเตอร์การ์ด พบว่า 45% ของผู้คนบนผลสำรวจในเอเชียแปซิฟิกกล่าวว่า พวกเขามีแนวโน้มที่จะใช้สกุลเงินคริปโตภายในปีหน้า ซึ่งเป็นตัวเลขที่สูงแบบก้าวกระโดดจากสัดส่วน 12% ของคนที่ระบุว่าได้ใช้สกุลเงินคริปโตแล้วเมื่อปีก่อน และสูงกว่าตัวเลขทั่วโลกถึง 40%
รามา สิทรา รองประธานกรรมการบริหารฝ่ายพัฒนาธุรกิจ ดิจิทัลและพันธมิตรใหม่และระบบการชำระเงินใหม่ เอเชียแปซิฟิก มาสเตอร์การ์ด กล่าวว่า “สำหรับผู้คนในปัจจุบัน สกุลเงินคริปโตเป็นหลายๆ อย่างสำหรับพวกเขา ไม่ว่าจะเป็นการลงทุน เทคโนโลยีที่ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงอย่างมาก หรือเครื่องมือทางการเงินที่มีเอกลักษณ์ พร้อมๆ ไปกับความสนใจในสกุลเงินนี้ที่เพิ่มขึ้นอย่างมากจากทุกแห่ง การทำให้สกุลเงินคริปโตสามารถนำมาใช้ในชีวิตจริงได้ก็เกิดขึ้นจริงแล้ว ในการร่วมมือกับทั้งสามพาร์ทเนอร์ที่ล้วนมีหลักการเดียวกับมาสเตอร์การ์ดว่า ไม่ว่าจะเป็นสกุลเงินดิจิทัลใดจะต้องมีความมั่นคง เป็นไปตามกฎระเบียบที่กำหนดไว้ และให้การคุ้มครองผู้บริโภค มาสเตอร์การ์ดกำลังทำให้สกุลเงินคริปโตเป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่ยิ่งใหญ่และยืดหยุ่นขึ้นในการชำระเงิน”
โปรแกรมบัตรคริปโตเป็นส่วนของกลยุทธด้านสินทรัพย์ดิจิทัลของมาสเตอร์การ์ดเพื่อมอบทางเลือกให้ลูกค้า ร้านค้า และธุรกิจต่างๆ ในการใช้สกุลเงินดิจิทัล (digital value) ภายใต้โปรแกรมคริปโตการ์ด มาสเตอร์การ์ดสนับสนุนบริษัทฟินเทคที่ร่วมในโครงการโดยลดอุปสรรคในการเข้าร่วมในธุรกิจนี้และเปิดทางให้ฟินเทคเหล่านั้นได้ทำงานกับผู้เชี่ยวชาญด้านฟินเทคและสินทรัพย์ดิจิทัล รวมทั้งทีมในตลาดประเทศนั้นๆ เพื่อเร่งให้ธุรกิจเกิดขึ้นจริงและเติบโต
มาสเตอร์การ์ดมุ่งมั่นที่จะใช้นวัตกรรม ประสบการณ์ และขนาดของธุรกิจมาสนับสนุนพันธมิตรในสกุลเงินคริปโตและสกุลเงินดิจิทัลที่กำลังเกิดใหม่ เพื่อสร้างระบบนิเวศในการชำระเงินที่ทันสมัยทั่วโลกและปรับเปลี่ยนวิธีทำธุรกรรมทั้งของคนทั่วไปและภาคธุรกิจ
ข้อความจากพันธมิตร
“แอมเบอร์กรุ๊ป (Amber Group) มีความมุ่งมั่นที่จะให้บริการลูกค้าด้วยเทคโนโลยีที่ดีที่สุดและนำเสนอผลิตภัณฑ์ที่เปี่ยมด้วยนวัตกรรม การร่วมมือกับมาสเตอร์การ์ดจะทำให้เราสามารถรวมเทคโนโลยี โซลูชั่น และความเชี่ยวชาญเพื่อมอบประสบการณ์ด้านการเงินดิจิทัลที่คล่องตัวและอยู่ภายใต้กรอบของกฏหมายแก่ลูกค้า” ไมเคิล วู ผู้ก่อตั้งและประธานกรรมการบริหารของ Amber Group กล่าว
“ประเทศไทยเป็นหนึ่งในตลาดที่มุ่งเน้นในเรื่องของสกุลเงินคริปโตมากที่สุดแห่งหนึ่งในเอเชียแปซิฟิก ดังนั้น การเปลี่ยนการครอบครองทรัพย์สินให้กลายเป็นอะไรบางอย่างที่ใช้ได้ในชีวิตประจำวันจึงเป็นความก้าวหน้าที่ยิ่งใหญ่สำหรับ Bitkub และลูกค้าของเรา เพื่อให้สิ่งนี้เกิดขึ้น ทางเรายินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้พบกับมาสเตอร์การ์ดผ่านพาร์ทเนอร์คนสำคัญในด้านการชำระเงินคือ 2C2P เพื่อสร้างโซลูชั่นสำหรับบัตรที่โดดเด่นที่ทำให้ผู้ใช้สกุลเงินคริปโตสามารถจับจ่ายได้โดยเปลี่ยนเงิน คริปโตเป็นเงินสกุลดั้งเดิม ผมเชื่อว่าการร่วมงานกันครั้งนี้จะช่วยเร่งให้ผู้บริโภคหันมาใช้เงินคริปโตในเชิงพาณิชย์มากขึ้น ทำให้การชำระเงินมีประสิทธิภาพกว่าเดิมและส่งเสริมให้เกิดกิจกรรมทางเศรษฐกิจแบบใหม่ๆ สำหรับภาคธุรกิจทั่วโลก”จิรายุส ทรัพย์ศรีโสภา ผู้ก่อตั้งและผู้ร่วมกรรมการบริหารของ Bitkub กล่าว
“ในฐานะที่เราเป็นหนึ่งในบริษัทที่ให้บริการด้านการแลกเปลี่ยนเงินคริปโตมานานที่สุดรายหนึ่งในโลก พวกเรายินดีเป็นอย่างยิ่งที่ร่วมมือกับบริษัทยักษ์ระดับโลกอย่างมาสเตอร์การ์ดที่ช่วยให้สกุลเงินคริปโตเข้าถึงได้มากยิ่งขึ้นและเป็นประโยชน์มากขึ้นกว่าที่เคยเป็นมา” แอชเชอร์ แทน ประธานกรรมการบริหารของ CoinJar กล่าว
ขอขอบคุณ – Sanook
by Sokid Munkong | Nov 8, 2021 | Uncategorized
Lookout นักวิจัยผู้เชี่ยวชาญด้านความปลอดภัย ค้นพบมัลแวร์ Rootkit ฝังตัวอยู่บนแอปฯมือถือใน Android ที่จะให้เหยื่อดาวโหลดมาจาก Google Play , Amazon App Store , และ Samsung Galaxy Store และแอปจาก ‘3rd party’
Rootkit ตัวนี้มีชื่อว่า ‘AbstractEmu’ หลังจากที่มีการตรวจสอบแอปพลิเคชั่นที่เกี่ยวข้องกว่า 19 รายการ ซึ่งคาดว่าถูกใช้เป็นแอปพลิเคชั่นในการแพร่กระจายไวรัสตัวนี้ ตรวจพบว่ามีถึง 7 แอปพลิเคชันที่เจอ AbstractEmu แอบฝังตัวอยู่ ส่วนมากเป็นแอปพลิเคชันที่เกี่ยวกับการบูทแอปฯ บูทเครื่อง จัดการความปลอดภัย และแอปฯจัดการพาสเวิร์ด หนึ่งในนั้นมีแอปฯที่ถูกดาวน์โหลดไปแชเยมากกว่า 10,000 ครั้ง ใน Google Play Store แต่ปัจจุบัน Google ได้ทำการถอดแอปฯดังกล่าวออกแล้ว
รายชื่อแอปพลิเคชันที่ตรวจพบตอนนี้ประกอบไปด้วย
1. All Passwords, com.mobilesoft.security.password
2.Anti-ads Browser, com.zooitlab.antiadsbrowser
3. Data Saver, com.smarttool.backup.smscontacts
4. Lite Launcher, com.st.launcher.lite
5. My Phone, com.dentonix.myphone
6. Night Light, com.nightlight.app
7. Phone Plus, com.phoneplusapp
Rootkit คืออะไร ?
Rootkit เป็นมัลแวร์ที่จะทำงานหลังจากผู้ใช้แอปฯเผลอติดตั้งแอปพลิเคชันที่มี AbstractEmu ไป กระบวนการติดไวรัสจะเกิดขึ้น และมันจะเข้าไปฝังตัวแอบยึดการทำงานในระบบของคุณเงียบ ๆ โดยที่คุณไม่รู้ตัว และจะแอบฝังโปรแกรมอื่น ๆ รวมถึงมัลแวร์ประเภทอื่น ๆ มาใช้โจมตีเพื่อล้วงเอาข้อมูลสำคัญต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นรายชื่อ ผู้ติดต่อ บันทึกการโทรศัพท์ ข้อความ SMS ตำแหน่งที่ตั้ง กล้อง รูป และ ไมโครโฟน เป็นต้น ร้ายแรงกว่านั้นด้วยการเข้ายึดระบบของ Rootkit จะทำให้มันสามารถ เข้าถึงการ รีเซ็ตรหัสผ่านบนอุปกรณ์ เข้ายึดการทำงานของเครื่อง, ติดตั้งแอปอื่น ๆ เพิ่มเติม, จับภาพหน้าจอ, ดูการแจ้งเตือน, บันทึกกิจกรรม, และปิดฟังก์ชัน Google Play Protect ได้ทั้งหมด ตอนนี้นักวิจัยยังไม่ทราบเป้าหมายสูงสุดของการปล่อยมัลแวร์ดังกล่าว เนื่องจากปกติแล้วมัลแวร์ Rootkit จะตรวจพบได้ยากอยู่แล้ว หนำซ้ำเซิฟเวอร์สั่งการของมันยังออฟไลน์ไปก่อนที่นักวิจัยจะสาวถึงต้นตอได้สำเร็จ ซึ่งพวกเขายังคงกังวลว่าความอันตรายของมัลแวร์ตัวนี้เกินกว่าที่จะคาดเดาความเสียหายได้ และ มันคงไม่ได้ต้องการแค่หลอกเอาข้อมูลผู้ใช้ หรือ ไปสมัครบริการ SMS ระดับพรีเมียมเพื่อขโมยเงินเหมือนที่แฮกเกอร์ทั่วไปทำ