by Sokid Munkong | Dec 17, 2021 | Uncategorized
ในเดือนพฤศจิกายน MediaTek ได้เปิดตัวชิปเรือธงประจำปี 2022 Dimensity 9000 5G และล่าสุดมีการยืนยันรายชื่อบริษัทผู้ผลิตสมาร์ตโฟนที่จะเป็นกลุ่มแรกที่ได้ใช้ชิป SoC รุ่นนี้แล้ว ได้แก่ OPPO, Vivo, Xiaomi และ Honor โดยทั้ง 4 แบรนด์จะเปิดตัวสมาร์ตโฟนที่ใช้ชิปดังกล่าวในไตรมาสที่ 1 ปี 2022
Dimensity 9000 เป็นชิปเซต 5G ที่ผลิตด้วยเทคโนโลยี 4 นาโนเมตรของ TSMC ทำให้มีประสิทธิภาพและประหยัดพลังงานมากขึ้น ทั้งติดตั้งชิป 5G ตัวใหม่รองรับย่านความถี่ sub-6GHz และเป็นชิปเซตสมาร์ตโฟนรุ่นแรกที่รองรับการเชื่อมต่อ Bluetooth 5.3
รองประธานของ OPPO เปิดเผยว่า OPPO ตระกูล Find X จะเป็นสมาร์ตโฟนรุ่นแรกที่เปิดตัวพร้อม Dimensity 9000 ซึ่งคาดว่าจะเป็นรุ่น Find X4 ในขณะที่ Find X4 Pro จะใช้ชิป Snapdragon 8 Gen 1
ทางด้านรองประธานของ Xiaomi ก็ยืนยันว่าไลน์อัป Redmi K50 จะเป็นสมาร์ตโฟนที่มาพร้อมชิปรุ่นดังกล่าว แม้ทางบริษัทยังไม่บอกว่า Redmi K50 รุ่นใดที่จะใช้ Dimensity 9000 แต่คาดการณ์ว่า K50 Gaming จะเป็นรุ่นที่ได้ใช้ชิปเรือธงตัวใหม่ของ MediaTek ไป
สำหรับ Vivo และ Honor ยังไม่มีการประกาศว่า อุปกรณ์รุ่นใดที่จะเปิดตัว แต่ทั้ง 2 แบรนด์ได้บอกใบ้ว่า สมาร์ตโฟนรุ่นต่อไปจะเป็นสมาร์ตโฟน 5G รุ่นเรือธงรุ่นใหม่ (new generation 5g mobile phone) ที่มีประสิทธิภาพอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน เพื่อผลักดันความสามารถด้าน 5G และนวัตกรรมขอขอบคุณ – Sanook รวมโปรเน็ตดีแทคสุดแรง คลิก
by Sokid Munkong | Dec 16, 2021 | Uncategorized
OPPO บริษัทเทคโนโลยีอัจฉริยะระดับโลก ประกาศเปิดตัว OPPO Find N สมาร์ทโฟนแฟล็กชิพจอพับรุ่นแรก (Foldable flagship smartphone) ในวันที่สองของการจัดแสดงนวัตกรรม OPPO INNO DAY 2021 ซึ่งเป็นสมาร์ทโฟนที่เกิดจากการวิจัยและพัฒนาเป็นระยะเวลานานถึง 4 ปี และสร้างโปรโตไทป์แล้วถึง 6 รุ่นด้วยกัน ทำให้ OPPO Find N สามารถมอบอีกขั้นของรูปแบบสมาร์ทโฟนแบบจอพับ พร้อมมอบประสบการณ์ใหม่ๆ ให้แก่ผู้ใช้งาน ทั้งผู้ใช้งานที่เคยและไม่เคยใช้สมาร์ทโฟนแบบจอพับได้
Pete Lau, Chief Product Officer of OPPO กล่าวว่า “รูปแบบสมาร์ทโฟนใหม่นี้ ถือเป็นสิ่งที่น่าตื่นเต้นของวงการเทคโนโลยีสมาร์ทโฟน โดย OPPO ใช้เวลาและความพยายามอย่างมากในการสรรหาวิธีการต่างๆ ที่สามารถสร้างสมาร์ทโฟนจอพับที่มีประสิทธิภาพที่ดีขึ้น เราจึงได้ทำการทดลองมากมาย ไม่ว่าจะเป็น ปัจจัยด้านรูปแบบ ดีไซน์การพับ วัสดุของจอแสดงผล และอัตราส่วนด้านภาพ เพื่อสร้างอุปกรณ์ใหม่ที่สามารถตอบสนองความต้องการของผู้ใช้ได้มากขึ้นด้วย OPPO Find N โดยเราหวังว่าจะสามารถเปลี่ยนมุมมองด้านรูปแบบของสมาร์ทโฟน พร้อมมุ่งมั่นที่จะมอบสมาร์ทโฟนจอพับไปสู่ผู้คนที่กว้างขวางมากยิ่งขึ้น”
นำความแปลกใหม่สู่ความจำเป็นต่อการใช้งาน
OPPO Find N สามารถมอบทั้งเทคโนโลยีอันล้ำสมัยและคุณภาพการใช้งานขั้นสุด เพื่อมอบประสบการณ์ในการใช้งานสมาร์ทโฟนจอพับที่ดียิ่งขึ้น โดยเมื่อพับสมาร์ทโฟน ตัวเครื่องจะมีขนาดกะทัดรัด แต่อัดแน่นไปด้วยฟังก์ชันมากมาย และเมื่อกางออก ตัวเครื่องก็จะมอบหน้าจอแสดงผลที่เต็มตา พร้อมดื่มด่ำได้เต็มอรรถรส
Landscape Ratio
OPPO Find N ถือเป็นสมาร์ทโฟนจอพับเครื่องแรกที่มีอัตราส่วนของหน้าจอด้านในตัวเครื่องเป็นแบบแนวนอน (landscape) โดยผู้ใช้งานสามารถปรับเปลี่ยนการใช้หน้าจอได้อย่างสะดวกสบายไร้รอยต่อ ระหว่างหน้าจอด้านในขนาด 7.1 นิ้ว และหน้าจอด้านนอกขนาด 5.49 นิ้ว มอบประสบการณ์การรับชมแบบเต็มตา หมดห่วงเรื่องขนาดของหน้าจอและประสิทธิภาพการใช้งาน โดยหน้าจอด้านในมีอัตราส่วนของภาพ 8.4:9 ซึ่งเมื่อกางออก หน้าจอด้านในจะเปลี่ยนเป็นหน้าจอแบบแนวนอน (landscape mode) ได้ในทันที มอบประสบการณ์การรับชม เล่นเกม หรืออ่านหนังสือ ได้อย่างสะดวกสบาย โดยไม่จำเป็นต้องหมุนตัวเครื่องเพิ่มเติม และเมื่อพับสมาร์ทโฟน หน้าจอจะมีอัตราส่วนของภาพที่ 18:9 มอบประสบการณ์การใช้สมาร์ทโฟนที่คุ้นเคยและเต็มตา พร้อมสามารถใช้งานอย่างง่ายดายได้ด้วยมือเดียว
Flexion Hinge หรือบานพับ
Flexion Hinge หรือบานพับของ OPPO Find N ประกอบด้วยส่วนประกอบมากมายถึง 136 ชิ้น ซึ่งมีความละเอียดสูงถึง 0.01 มม. มอบประสบการณ์การใช้งานบานพับที่ราบรื่นเสมือนข้อต่อของร่างกายมนุษย์ โดย OPPO ดีไซน์บานพับแบบ water-drop hinge ในการแก้ไข pain point ที่ใหญ่ที่สุดของอุปกรณ์แบบพับ ด้วยการขยายมุมของจอแสดงผลที่ใช้ในการพับ พร้อมสร้างบัฟเฟอร์รองรับเมื่อพับจอแสดงผล ทำให้หน้าจอมีรอยพับที่สามารถสังเกตุเห็นได้ลดลงถึง 80% อ้างอิงข้อมูลจาก TUV เมื่อเทียบกับอุปกรณ์แบบพับรุ่นอื่นๆ นอกจากนี้ การออกแบบนี้ยังช่วยลดช่องว่างระหว่างจอแสดงผลเมื่อพับจอ อีกทั้งยังช่วยมอบรูปลักษณ์แบบไร้รอยต่อและช่วยป้องกันรอยขีดข่วนของจอแสดงผลด้านในได้ดียิ่งขึ้นอีกด้วย
FlexForm Mode
โครงสร้างของ Cam และสปริงภายในบานพับ (Flexion Hinge) อันล้ำสมัย จะช่วยให้ผู้ใช้สามารถกางหน้าจอแสดงผลได้อย่างอิสระระหว่าง 50-120 องศา และเมื่อรวมกับฟีเจอร์ด้านซอฟต์แวร์มากมายในตัวเครื่อง ทำให้ผู้ใช้งานสามารถใช้ประโยชน์จากหน้าจอแสดงผลแบบพับได้มากมาย โดย FlexForm Mode บน OPPO Find N จะช่วยให้ผู้ใช้ปรับหน้าจอของอุปกรณ์ได้อย่างอิสระ เพื่อให้เหมาะสมกับการใช้งานในสถานการณ์ที่หลากหลาย
OPPO ได้ปรับแต่งอินเทอร์เฟซสำหรับการใช้งาน เพื่อให้ผู้ใช้งานสามารถใช้งานได้อย่างมีประสิทธิภาพในแอปพลิเคชันต่างๆ ที่รองรับได้ดีมากยิ่งขึ้น เช่น แอปเล่นเพลง โน้ตสำหรับบันทึก และกล้อง ตัวอย่างเช่น ผู้ใช้งานสามารถใช้โน้ตสำหรับบันทึก ด้วยการเปลี่ยน OPPO Find N เป็นโน้ตบุ๊กขนาดเล็กได้ เพราะ OPPO Find N สามารถวางตั้งได้อย่างอิสระด้วยมุมการพับต่างๆ ของหน้าจอ ทำให้ผู้ใช้สามารถจดบันทึกได้โดยไม่จำเป็นต้องถืออุปกรณ์ นอกจากนี้ ตัวเครื่องยังสามารถเป็นขาตั้งกล้องเองได้อีกด้วย ไม่ว่าผู้ใช้งานจะถ่ายภาพแบบ time-lapse ด้วยความละเอียด 4K HD, วิดีโอคอล และประชุมออนไลน์ ก็สามารถทำได้อย่างสะดวกสบายแบบไม่ต้องจับถือ
Serene Display
ด้วย Serene Display ที่มีถึง 12 เลเยอร์จาก OPPO ทำให้หน้าจอมีความทนทานและมีการป้องกันที่ดีเยี่ยม ซึ่งเมื่อทำงานร่วมกับ Flexion Hinge หรือบานพับแล้ว ก็ยิ่งทำให้สามารถมอบประสบกาณ์การพับหน้าจอที่ราบรื่น โดยจอแสดงผลประกอบด้วยเลเยอร์ของ Flexion UTG (กระจกบางพิเศษ) ที่บางเพียง 0.03 มิลลิเมตร เมื่อเทียบกับกระจกสำหรับสมาร์ทโฟนทั่วไปจะหนาถึง 0.6 มิลลิเมตร ทำให้หน้าจอสามารถโค้งงอได้อย่างง่ายดาย พร้อมมีความทนทานอย่างมาก ซึ่งจากการตรวจสอบโดย TUV หน้าจอ Serene Display จะสามารถพับได้มากกว่า 200,000 ครั้ง พร้อมคงประสบการณ์การพับที่ราบรื่นและไร้รอยพับบนหน้าจอ
สำหรับจอแสดงผลด้านในมีการใช้หน้าจอแสดงผลแบบ LTPO พร้อมเทคโนโลยี dynamic refresh rate อัจฉริยะที่สามารถปรับรีเฟรชเรทระหว่าง 1-120 Hz ได้ ด้วยการอิงจากสิ่งที่ผู้ใช้งานกำลังรับชม นอกจากนี้จอแสดงผลด้านในยังมีอัตราการตอบสนองต่อการสัมผัสที่สูงถึง 1,000 Hz
OPPO มีการปรับแต่งค่าความสว่างและการปรับเทียบสีระหว่างจอแสดงผลทั้งด้านในและด้านนอก เพื่อมอบประสบการณ์การรับชมที่ราบรื่นให้แก่ผู้ใช้งาน โดยหน้าจอทั้งสองสามารถปรับความสว่างอัตโนมัติได้ถึง 10,240 ระดับ พร้อมค่าความสว่างสูงสุดถึง 1,000 nits มอบความสะดวกสบายในการรับชมในทุกสภาพแสง
นวัตกรรมด้านซอฟต์แวร์
ประสบการณ์ซอฟต์แวร์บนอุปกรณ์แบบพับที่ยอดเยี่ยม ถือเป็นอีกขั้นของรูปแบบสมาร์ทโฟนแบบใหม่นี้ พร้อมมอบประสบการณ์ที่แปลกใหม่ให้แก่ผู้ใช้งานได้ โดยจอแสดงผลด้านในขนาด 7.1 นิ้วของ OPPO Find N มีพื้นที่หน้าจอกว้างกว่าจอแสดงผลมาตรฐานขนาด 6.5 นิ้ว ถึง 60% มอบประสบการณ์การรับชมที่เต็มตาสมจริงมากยิ่งขึ้น พร้อมสร้างโอกาสในการใช้งานนวัตกรรมด้านซอฟต์แวร์ในหลากหลายสถานการณ์มากยิ่งขึ้น ไม่ว่าจะเป็น การทำงานหลายอย่างพร้อมกัน หรือ การทำงานแบบมีประสิทธิภาพ
เพื่อมอบประสบการณ์การใช้งานเมื่อกางหน้าจอออก เสมือนใช้แท็บเล็ตขนาดใหญ่ขึ้น OPPO Find N จึงได้รวบรวมการโต้ตอบใหม่ๆ เพื่อให้ผู้ใช้สามารถใช้งานหลายอย่างพร้อมกันได้ง่ายมากขึ้น โดยเมื่อใช้งานแอปพลิเคชัน ผู้ใช้สามารถแบ่งหน้าจอออกเป็นสองส่วนได้ด้วยการใช้สองนิ้วปัดลงตรงกลางอุปกรณ์ หรือใช้สี่นิ้วบีบตรงหน้าจอเพื่อเปลี่ยนหน้าต่างแอปแบบเต็มจอให้เป็นหน้าต่างแบบลอยได้ นอกจากนี้ OPPO Find N ยังรองรับการโต้ตอบแบบมาตรฐาน เช่น ผู้ใช้งานสามารถกดค้างบนไอคอนที่รองรับ เพื่อลากไอคอนไปมา พร้อมใช้งานแอปพลิเคชันหลายแอปไปพร้อมกันขณะแบ่งจอบนหน้าจอหลักได้
นอกจากนี้ ซอฟต์แวร์ของ OPPO Find N ยังได้รับการปรับแต่งให้เหมาะสมต่อการใช้งาน ให้ผู้ใช้สามารถใช้งานสลับระหว่างสองหน้าจอไปมาได้อย่างราบรื่นและเป็นธรรมชาติ โดยเมื่อกางออก การแสดงผลจะย้ายจากหน้าจอด้านนอกไปยังหน้าจอหลักด้านในได้อย่างราบรื่น และเมื่อต้องการพับหน้าจอ ผู้ใช้งานสามารถปัดขึ้นที่หน้าจอด้านนอก เพื่อให้สามารถใช้ฟังก์ชันเดิมบนหน้าจอด้านนอกได้อย่างต่อเนื่อง นอกจากนี้ บนหน้าจอด้านในที่มีขนาดใหญ่ขึ้น OPPO ยังมอบรูปแบบของคีย์บอร์ดที่สามารถปรับแต่งได้อย่างหลากหลาย ไม่ว่าจะเป็น การแบ่งคีย์บอร์ดบนหน้าจอ เพื่อให้ผู้ใช้งานสามารถใช้คีย์บอร์ดได้สองมือพร้อมกัน พร้อมมอบการทำงานที่มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น
กล้อง
OPPO Find N มาพร้อมกล้องระดับแฟล็กชิพถึง 3 ตัว มอบการถ่ายภาพและวิดีโอคุณภาพสูง ประกอบด้วยเซ็นเซอร์หลัก Sony IMX 766 ความละเอียด 50MP, เลนส์ ultra-wide 16MP และ เลนส์ telephoto 13MP อีกทั้งยังมีกล้องหน้าทั้งบนหน้าจอด้านในและด้านนอกอีกด้วย โดยเมื่อผสมผสานรูปแบบสมาร์ทโฟนใหม่และความสามารถของ FlexForm Mode ทำให้ OPPO Find N สามารถมอบประสบการณ์การใช้กล้องที่แปลกใหม่ให้แก่ผู้ใช้งานจากซอฟต์แวร์ที่ปรับแต่งเอง พร้อมใช้ประโยชน์จากรูปแบบสมาร์ทโฟนจอพับได้อย่างเต็มที่
Flexion Hinge หรือบานพับของ OPPO Find N ทำให้อุปกรณ์สามารถใช้งานเป็นขาตั้งกล้องเองได้ พร้อมกลายเป็นแก็ตเจ็ตขนาดกะทัดรัดและพกพาง่าย สะดวกในการถ่ายภาพในสถานการณ์ต่างๆ เช่น FlexForm Mode จะทำให้ผู้ใช้สามารถถ่าย time-lapse คุณภาพระดับ 4K HD ได้อย่างง่ายดายและไม่จำเป็นต้องจับถือด้วยการพับหน้าจอระหว่าง 50-120 องศา นอกจากนี้ time-lapse mode ยังประกอบไปด้วยเทมเพลตถึง 3 แบบ ได้แก่ light trails, night sky และ sun & clouds ที่ผู้ใช้สามารถปรับการตั้งค่าการภาพถ่ายและวิดีโอให้เหมาะสมในคลิกเดียว เพื่อการถ่ายภาพดาราศาสตร์ที่น่าดึงดูดและสร้างสรรค์มากยิ่งขึ้น อีกทั้งเมื่อพับหน้าจอในมุมที่ต่ำกว่า 60 องศา กล้องจะเลื่อนการแสดงตัวอย่างภาพถ่ายไปที่หน้าจอด้านล่างโดยอัตโนมัติ เพื่อให้คุณตั้งมุมกล้องในการถ่ายภาพได้ง่ายขึ้น
โดยอินเทอร์เฟซการแบ่งจอสำหรับการภาพถ่ายแบบใหม่ บน OPPO Find N จะช่วยให้ผู้ใช้สามารถใช้จอแสดงผลด้านในที่มีขนาดใหญ่เต็มตาได้อย่างมีประสิทธิภาพ ด้วยการใช้หน้าจออีกฝั่งหนึ่งในการถ่ายภาพ และใช้ฝั่งที่เหลือในการดู แชร์ หรือลบรูปภาพล่าสุดที่คุณถ่ายได้ นอกจากนี้ เมื่อผู้ใช้ถ่ายภาพด้วยกล้องหลักขณะกางหน้าจอ ผู้ใช้จะสามารถใช้งานได้ทั้งจอแสดงผลด้านในและด้านนอก เพื่อให้ทั้งผู้ใช้และตัวแบบสามารถดูภาพตัวอย่างก่อนถ่ายไปพร้อมๆ กันได้
นอกจากนี้ ด้วยกล้องหลังที่ทรงพลังมากขึ้น ยังทำให้ผู้ใช้สามารถเซลฟี่ด้วยภาพคุณภาพสูงได้ ด้วยการใช้หน้าจอด้านนอกในการดูตัวอย่างภาพถ่าย อีกทั้ง ผู้ใช้งานยังสามารถเซลฟี่ด้วยการใช้ท่าทางของมือได้ ช่วยให้ผู้ใช้เซลฟี่ได้อย่างง่ายดายแบบไม่หลุดเฟรมและไม่ต้องกดปุ่มชัตเตอร์
การออกแบบตามหลักสรีรศาสตร์
OPPO Find N ถือเป็นสมาร์ทโฟนจอพับรุ่นแรกที่มีดีไซน์ที่ขอบทั้งสองข้างของตัวเครื่องด้านนอกเป็นแบบโค้ง 3 มิติ เพิ่มความสบายในการจับและมอบรูปลักษณ์แบบบางเฉียบ โดยฝาหลังและโมดูลกล้องด้านหลัง มีดีไซน์แบบ fluid curve เหมือนกับดีไซน์ของ OPPO Find X3 Pro 5G ซึ่งเส้นโค้งที่เพรียวบางของตัวกล้อง จะช่วยลดความสูงของโมดูลกล้องได้ สำหรับฝาหลังมีการใช้ Gorilla Glass Victus ผสมผสานกับเพลตกล้องเซรามิก มอบสัมผัสแบบพรีเมียมสง่างาม
โดย OPPO Find N มาพร้อมสีสันที่โดดเด่นถึง 3 สีด้วยกัน ได้แก่ สี Black ที่มีการผสมผสานระหว่างกระจกแบบด้านที่มีประกายระยิบระยับ และเทคนิคการเคลือบฟิล์มแบบใหม่ มอบเอฟเฟกต์บนชั้นเบสที่มีความระยิบระยับพรีเมียม สำหรับสี White ได้รับแรงบันดาลใจจากการเคลือบเซรามิกสีขาวด้วยกระจกเงา พร้อมพื้นผิวที่เต็มไปด้วยรายละเอียดอันประณีต ซึ่งมีความเข้ากันกับเพลตกล้องเซรามิก มอบรูปลักษณ์ที่มีความสมดุลเข้ากันได้เป็นอย่างดี สำหรับสี Purple เป็นสีที่ชวนให้ระลึกถึงขวดน้ำหอมสุดหรู ซึ่งสร้างจากชั้นฟิล์มที่ปรับแต่งเองหลากหลายชั้น ในการสร้างเอฟเฟ็กต์ของแสง และสร้างเงาจากพื้นผิวแบบโปร่งใส
ประสิทธิภาพการใช้งาน
OPPO Find N มาพร้อม Qualcomm® Snapdragon™ 888 Mobile Platform พร้อมด้วย LPDDR5 RAM สูงสุดถึง 12 GB และ ROM UFS 3.1 ถึง 512 GB รวมถึงมีแบตเตอรี่ขนาดใหญ่ 4,500 mAh สามารถใช้งานแบตเตอรี่ได้ตลอดทั้งวัน พร้อมทั้ง 33W SuperVOOC Flash Charge ที่สามารถชาร์จแบตเตอรี่ได้ถึง 55% ใน 30 นาที และ 100% ใน 70 นาที นอกจากนี้ยังมาพร้อม 15W AirVOOC Wireless Charging ที่รองรับมาตรฐานระดับ Qi และ 10W Reverse Wireless Charging อีกด้วย อีกทั้ง OPPO Find N ยังมาพร้อมการสแกนลายนิ้วมือด้านข้างบนปุ่มเปิดปิดหน้าจอ รวมถึง ลำโพงแบบคู่ และ Dolby Atmos มอบประสบการณ์เสียงกระหึ่มสมจริงยิ่งขึ้น
การวางจำหน่าย
OPPO Find N พร้อมวางจำหน่ายในประเทศจีน ตั้งแต่วันที่ 23 ธันวาคม 2564ขอขอบคุณ – Sanook รวมโปรเน็ตดีแทคสุดแรง คลิก
by Sokid Munkong | Dec 15, 2021 | Uncategorized
สิ้นสุดการรอคอยแล้วสำหรับ iOS 15.2 และ iPad OS 15.2 ใหม่ล่าสุดกับลูกเล่นที่เน้นความเป็นส่วนตัวและสามารถทำอะไรได้หลากหลายมากขึ้นในนี้ มาดูกันว่าสิ่งที่เพิ่มเติมนั้นจะมีอะไรบ้าง
ความเป็นส่วนตัว
รายงานความเป็นส่วนตัวของแอปในการตั้งค่าช่วยให้คุณเห็นว่าแอปเข้าถึงตำแหน่งที่ตั้ง รูปภาพ กล้อง ไมโครโฟน รายชื่อ และอื่นๆ ของคุณบ่อยแค่ไหนในช่วงเจ็ดวันที่ผ่านมา รวมถึงกิจกรรมเครือข่ายด้วย
Apple ID
มรดกทางดิจิทัลช่วยให้คุณสามารถกำหนดผู้คนเป็นผู้ติดต่อรับมรดกเพื่อให้สามารถเข้าถึงบัญชี iCloud และข้อมูลส่วนบุคคลของคุณได้ในกรณีที่คุณถึงแก่กรรม
กล้อง
การควบคุมรูปภาพแบบมาโครสำหรับการสลับเป็นเลนส์อัลตร้าไวด์เมื่อถ่ายรูปและวิดีโอแบบมาโครสามารถเปิดใช้งานได้ในการตั้งค่าบน iPhone 13 Pro และ iPhone 13 Pro Max
แอป TV
แถบร้านช่วยให้คุณเลือกหา ซื้อ และเช่าภาพยนตร์ได้ในที่เดียว
CarPlay
แผนที่เมืองขั้นสูงในแอปแผนที่ที่มีรายละเอียดถนนต่างๆ เช่น ช่องทางเลี้ยว จุดกึ่งกลาง ช่องทางรถจักรยาน และทางม้าลายสำหรับเมืองที่รองรับ
รุ่นนี้ยังมีการปรับปรุงต่อไปนี้สำหรับ iPhone ของคุณอีกด้วย:
การซ่อนอีเมลของฉันมีให้ใช้ในแอปเมลสำหรับผู้สมัครใช้บริการ iCloud+ เพื่อสร้างที่อยู่อีเมลแบบสุ่มที่ไม่ซ้ำกัน “ค้นหาของฉัน” สามารถค้นหา iPhone ได้นานสูงสุดห้าชั่วโมงเมื่ออยู่ในโหมดประหยัดพลังงาน หุ้นช่วยให้คุณสามารถดูสกุลเงินสำหรับราคาซื้อขายหุ้นและดูผลการดำเนินงานช่วงระยะเวลาตั้งแต่เริ่มต้นปีจนถึงวันปัจจุบันเมื่อดูกราฟหุ้นได้ เตือนความจำและโน้ตอนุญาตให้คุณลบหรือเปลี่ยนชื่อแท็กได้แล้วในตอนนี้
รุ่นนี้ยังมีการแก้ไขข้อบกพร่องสำหรับ iPhone ของคุณอีกด้วย:
Siri อาจไม่ตอบสนองในระหว่างที่ VoiceOver ทำงานและ iPhone ล็อคอยู่ รูปภาพ ProRAW อาจดูสว่างเกินไปเมื่อดูในแอปปรับรูปภาพของบริษัทอื่น บรรยากาศที่ใช้ HomeKit ซึ่งรวมถึงประตูโรงรถอาจสั่งทำงานจาก CarPlay ไม่ได้เมื่อ iPhone ของคุณล็อคอยู่ CarPlay อาจไม่อัปเดตข้อมูลกำลังเล่นอยู่สำหรับบางแอป แอปการสตรีมวิดีโออาจไม่โหลดเนื้อหาบน iPhone 13 รุ่นต่างๆ กิจกรรมปฏิทินอาจแสดงวันไม่ถูกต้องสำหรับผู้ใช้ Microsoft Exchange
สำหรับ iPadOS 15.2 จะมีดังนี้
ความเป็นส่วนตัว
รายงานความเป็นส่วนตัวของแอปในการตั้งค่าช่วยให้คุณเห็นว่าแอปเข้าถึงตำแหน่งที่ตั้ง รูปภาพ กล้อง ไมโครโฟน รายชื่อ และอื่นๆ ของคุณบ่อยแค่ไหนในช่วงเจ็ดวันที่ผ่านมา รวมถึงกิจกรรมเครือข่ายด้วย
Apple ID
มรดกทางดิจิทัลช่วยให้คุณสามารถกำหนดผู้คนเป็นผู้ติดต่อรับมรดกเพื่อให้สามารถเข้าถึงบัญชี iCloud และข้อมูลส่วนบุคคลของคุณได้ในกรณีที่คุณถึงแก่กรรม
แอป TV
แถบร้านช่วยให้คุณเลือกหา ซื้อ และเช่าภาพยนตร์ได้ในที่เดียว
รุ่นนี้ยังมีการปรับปรุงต่อไปนี้สำหรับ iPad ของคุณอีกด้วย:
การตั้งค่าโน้ตเพื่อเข้าถึงโน้ตด่วนด้วยการปัดจากมุมซ้ายล่างหรือขวาล่างของหน้าจอ การซ่อนอีเมลของฉันมีให้ใช้ในแอปเมลสำหรับผู้สมัครใช้บริการ iCloud+ เพื่อสร้างที่อยู่อีเมลแบบสุ่มที่ไม่ซ้ำกัน เตือนความจำและโน้ตอนุญาตให้คุณลบหรือเปลี่ยนชื่อแท็กได้แล้วในตอนนี้
รุ่นนี้ยังมีการแก้ไขข้อบกพร่องสำหรับ iPad ของคุณอีกด้วย:
Siri อาจไม่ตอบสนองในระหว่างที่ VoiceOver ทำงานและ iPad ล็อคอยู่ รูปภาพ ProRAW อาจดูสว่างเกินไปเมื่อดูในแอปปรับรูปภาพของบริษัทอื่น กิจกรรมปฏิทินอาจแสดงวันไม่ถูกต้องสำหรับผู้ใช้ Microsoft Exchange
โดยคุณสามารถอัปเดตระบบปฏิบัติการดังกล่าวได้ที่ Setting (ตั้งค่า) > General (ทั่วไป) > Software Update (ซอฟต์แวร์ อัปเดต)ขอขอบคุณ – Sanook รวมโปรเน็ตดีแทคสุดแรง คลิก
by Sokid Munkong | Dec 14, 2021 | Uncategorized
Heroes of Newerth หรือเรียกชื่อย่อว่า HoN นั้นเป็นอีกหนึ่งเกม MOBA ที่สร้างความสนุกสนานให้กับคนเล่นทั่วโลกมาอย่างยาวนาน โดยเฉพาะเปิดเป็นเกมที่เข้าถึงได้ง่ายกว่าเกม MOBA อีกตัวในเวลานั้น แต่เส้นทางย่อมมีวันสิ้นสุด เพราะหลังจากเปิดบริการมา 11 ปี ตัวเกมก็ได้ประกาศปิดบริการแล้ว
ทั้งนี้การปิดบริการดังกล่าวไม่ได้แค่เฉพาะเซิร์ฟเวอร์ไทยของทางฝั่งการีน่าอย่างเดียว แต่ทางฝั่งทีมพัฒนาอย่าง Frostburn Studios เองก็ประกาศปิดตัวด้วยเช่นกัน โดยมีกำหนดปิดในวันที่ 20 มิถุนายน ปี 2022 โดยจะมีกิจกรรมส่งท้ายให้กับคนเล่นได้เล่นกันโดยเริ่มในวันที่ 20 ธันวาคมนี้ ยาวไปจนกระทั่งเกมปิดบริการ โดยมีรายละเอียดดังนี้
เปิดให้เล่นฟรีทุกฮีโร่ เปิดขายทุกสกินและสามารถซื้อได้ด้วย Silver Coin รับ Silver Coin x 10 เท่า หลังจบเกม ลดราคา Plinko เหลือเพียง 1 Plinko Ticket แจกสีชื่อสุดพิเศษสำหรับผู้เล่นที่อยู่กับเรามาตลอดช่วง 6 เดือนที่ผ่านมา
กิจกรรมบนเว็บไซต์ (ระยะเวลา 20 ธันวาคม 2564 – 19 กุมภาพันธ์ 2565)
ล็อกอินรับไอเทมฟรี (Silver Coin, Plinko Ticket, Avatar)
สำหรับในประเทศไทยผู้เล่นที่ยังมีเงินที่เหลืออยู่จะสามารถเตรียมโอนย้ายไปยังเกมที่กำหนดได้ โดยจะเริ่มในวันที่ 20 ธันวาคม แต่ทาง Garena ไม่ได้ระบุว่าจะเป็นเกมใด ซึ่งต้องรอดูในวันนั้นต่อไป
สำหรับ Heroes of Newerth (HoN) เป็นหนึ่งในเกม MOBA ที่เข้าไทยมาในยุคของเกมออนไลน์และร้านอินเทอร์เน็ตเฟื่องฟู โดยมีแฟนเกมให้ความสนใจเป็นจำนวนมาก เนื่องจากเป็นเกมที่สนุก ทั้งยังไม่มีการเก็บค่าลิขสิทธิ์ในราคาแพงเหมือน MOBA เกมอื่นในช่วงนั้น ทำให้ร้านอินเทอร์เน็ตจำนวนมากหันมาลงเกม HoN แทน ซึ่งหลังจากนั้นก็ได้มีเกมแนวเดียวกันเกมอื่น ๆ มาเปิดให้เล่นมากขึ้นขอขอบคุณ – Sanook รวมโปรเน็ตดีแทคสุดแรง คลิก
by Sokid Munkong | Dec 13, 2021 | Uncategorized
Samsung ได้เลื่อนกำหนดการเปิดตัวสมาร์ตโฟนระดับพรีเมียมรุ่นพิเศษอย่าง Galaxy S21 FE ไปหลายครั้ง โดยเมื่อไม่นานมานี้มีช่าวลือว่าอาจเปิดตัวในเดือนมกราคม 2022
ล่าสุดเว็บไซต์ SamMobile ได้รายงานข้อมูลสเปกเต็มของ Galaxy S21 FE ที่หลุดออกมา ดังนี้
หน้าจอ Dynamic AMOLED 2X ขนาด 6.4 นิ้ว ความละเอียด Full HD+, รีเฟรชแรต 120 Hz ชิปเซต Samsung Exynos 2100 หรือ Qualcomm Snapdragon 888 (ขึ้นอยู่ว่าวางจำหน่ายในประเทศใด) แรม 6 GB หรือ 8 GB สตอเรจ 128 GB หรือ 256 GB กล้องหน้า 32 ล้านพิกเซล กล้องหลัง 12 ล้านพิกเซล (หลัก, f/1.8) + 12 ล้านพิกเซล (Ultrawide, f/2.2) + 8 ล้านพิกเซล (Telephoto, f/2.4, ซูม Optical ได้ 3x) รองรับการชาร์จไฟที่ 25 W, ชาร์จไร้สายที่ 15 W มาตรฐานกันน้ำ IP68 ระบบปฎิบัติการ Android 12
นอกจากนี้ เว็บไซต์ MacRumors ยังได้กล่าวอ้างว่า Galaxy S21 FE นั้น จะรองรับการอัปเกรดซอฟแวร์ 3 เวอร์ชันต่อเนื่อง ซึ่งหมายความว่าอาจรองรับไปถึง Android 15 เลยทีเดียว
ในส่วนของราคานั้นคาดว่าจะเท่ากับ Galaxy S20 FE นั่นคือ 699 เหรียญ หรือประมาณ 23,500 บาทขอขอบคุณ – Sanook รวมโปรเน็ตดีแทคสุดแรง คลิก
by Sokid Munkong | Dec 11, 2021 | Uncategorized
ตอนที่ Nikon เปิดตัวกล้องฟูลเฟรมมิเรอร์เลสระดับเรือธง ‘Nikon Z9‘ ออกมา ได้ยืนยันว่ากล้องตัวนี้จะสามารถถ่ายวิดีโอความละเอียดสูงสุดถึงระดับ 8K 60fps RAW ได้ในเฟิร์มแวร์ที่จะปล่อยออกมาในช่วงปี 2022 ซึ่งก็ไม่ได้ระบุรายละเอียดเพิ่มเติมใด ๆ เอาไว้ ล่าสุดได้มีการประกาศออกมาแล้วครับว่า Z9 ตัวนี้จะใช้เทคโลโยลีบีบอัด ‘TicoRAW‘ จาก intoPIX ที่ให้คุณภาพสูงแต่กินทรัพยากรต่ำ
สำหรับเทคโนโลยีบีบอัด TicoRAW ที่อยู่ในกล้อง Z9 จะสามารถบันทึกวิดีโอได้สูงสุด 8K 60fps RAW แบบเต็มคุณภาพของตัวเซนเซอร์ ในขณะที่ช่วยสด bandwidth และหน่วยความจำที่ต้องใช้ลงได้ครับ ซึ่งสามารถใช้ได้ทั้งภาพนิ่ง และวิดัีโอ หรือเรียกง่าย ๆ ว่า ‘Tiny Codec’ ตรงตามชื่อเลย คือใช้ทรัพยากรต่ำ และไม่ต้องการ external DRAM ใด ๆ เพิ่มเติม
โดยตัว TicoRAW จะทำงานร่วมกับ color filter array (CFA) ในการบันทึกข้อมูล RAW ตั้งแต่ 8, 10, 12 หรือ 16-bit กับ bayer sensor ได้สูงสุด 200 ล้านพิกเซล ตามสิทธิบัตรระบุไว้ว่าเทคโนโลยีนี้เป็น ‘mathematically lossless’ และ ‘visually lossless’ ที่ต่ำสุดระดับ 1-bit ต่อพิกเซล อันนี้ขึ้นอยู่กับ compression rate ที่ใช้ แถมยังมี latency ที่ต่ำมาก 0.1 มิลลิวินาทีเท่านั้นครับ
การบีบอัดของ TicoRAW สามารถให้ความละเอียดของภาพ, เฟรมเรต, dynamic range ที่สูง ซึ่งถ้าจะถ่ายที่ความละเอียดสูงสุด 8K 12-bit 60fps (7680 x 4320 พิกเซล) แบบ mathematically lossless ด้วย SSD 1TB จะบันทึกได้แค่ 11 นาทีเท่านั้น และเพิ่มขึ้นสูงสุดเป็น 54 นาทีเมื่อใช้แบบ visually lossless ตามชาร์ตด้านล่าง
ก็สมกับเป็นกล้องเรือธงล่ะครับที่จะใส่เทคโลยีแบบนี้มาให้ ต้องมาลุ้นว่า Nikon จะใส่ TicoRAW ในกล้องรุ่นใหม่ ๆ ในอนาคตด้วยไหมขอขอบคุณ – Sanook รวมโปรเน็ตดีแทคสุดแรง คลิก