เปิดตัว Redmi Note 11 สมาร์ทโฟนทั้ง 4 รุ่น สเปคคุ้มค่า ราคาเริ่มต้น 6,299 บาท

เปิดตัว Redmi Note 11 สมาร์ทโฟนทั้ง 4 รุ่น สเปคคุ้มค่า ราคาเริ่มต้น 6,299 บาท

มือถือซีรีส์ Redmi Note 11 เปิดตัวในจีนไปตั้งแต่ช่วงเดือนตุลาคมปี 2021 ด้วยจุดเด่นที่มากับสเปคจัดเต็มในราคาเบา ๆ ซึ่งล่าสุดมือถือซีรีส์นี้ก็ได้ฤกษ์มาเปิดตัวในบ้านเราแล้ว โดยมีทั้ง Redmi Note 11, Redmi Note 11s, Redmi Note 11 Pro, และ Redmi Note 11 Pro 5G โดยรุ่นที่วางขายในบ้านเราจะมีสเปคแตกต่างไปจากรุ่นที่ขายในจีนนะครับ แต่รับรองว่ายังไง ๆ ก็มาแบบจัดหนักจัดเต็มแน่นอน

REDMI NOTE 11

Redmi Note 11 ใช้หน้าจอแบบ AMOLED ขนาด 6.4 นิ้ว ความละเอียด FHD+ แสดงผลได้คมชัดสีสันสดใส พร้อมรีเฟรชเรท 90Hz ลื่นปรื๊ด ๆ บอกเลยว่ามือถือราคาไม่ถึง 7,000 บาท แต่ได้หน้าจอสเปคขนาดนี้ ไม่ใช่จะหากันง่าย ๆ

สเปคก็แรงพอที่จะรองรับการใช้งานในปัจจุบันได้สบาย ๆ ด้วยชิป Snapdragon 680, RAM มีให้เลือก 2 ขนาด คือ 4GB และ 6GB มีความจุในตัวอยู่ที่ 128GB จะใช้เล่นเน็ต ดูหนังความละเอียดสูง หรือเล่นเกมกราฟิกจัด ๆ ได้แบบไม่มีติดขัด แบตเตอรี่ให้มา 5000 mAh แถมยังรองรับระบบชาร์จไว 33W สามารถชาร์จแบตเตอรี่จาก 0% – 100% ได้เวลาเพียง 1 ชั่วโมงเท่านั้น

กล้องหลังจัดเต็มเกินราคา ให้มาถึง 4 ตัวประกอบด้วยกล้องหลักความละเอียดสูง 50MP + กล้อง Ultrawide ความละเอียด 8MP + กล้อง Macro ความละเอียด 2MP + กล้องจับความลึก 2MP และกล้องเซลฟี่ 13MP โดยโหมดถ่ายรูปต่าง ๆ ก็มาแบบครบครันทั้งโหมด Pro, Portrait, Night Mode ฯลฯ รองรับการถ่ายวิดีโอสูงสุดที่ 1080p 60fps (วิดีโอเซลฟี่ได้ที่ 1080p 30fps)

สเปค REDMI NOTE 11

  • หน้าจอ AMOLED ขนาด 6.4 นิ้ว ความละเอียด FHD+ รีเฟรชเรท 90Hz
  • CPU : Snapdragon 680
  • RAM : 4GB / 6GB (รองรับ Memory Extension ยืมความจุมาเติม RAM)
  • ความจุ (UFS 2.2) : 128GB
  • กล้องหลัง 4 ตัว
    – กล้องหลักความละเอียด 50MP
    – กล้อง Ultrawide ความละเอียด 8MP
    – กล้อง Macro ความละเอียด 2MP
    – กล้องจับความลึก 2MP
  • กล้องหน้า : 13MP
  • ระบบเสียง : ลำโพงสเตอรีโอ, รูหูฟัง 3.5 มม.
  • มาตรฐานกันน้ำ : IP53
  • แบตเตอรี่ : 5000 mAh รองรับชาร์จไว 33W
  • ระบบ Android 11 ครอบด้วย MIUI 13
  • สีที่วางจำหน่าย : Graphite Gray, Star Blue, Twilight Blue

REDMI NOTE 11S

ต่อด้วยรุ่น Redmi Note 11s ที่มีสเปคดุกว่ารุ่น Redmi Note 11 พอสมควร โดยมือถือรุ่นนี้มากับหน้าจอ AMOLED ขนาด 6.4 นิ้ว รีเฟรชเรท 90Hz ดีไซน์ DotDisplay เจาะรูสำหรับวางกล้องเซลฟี่ไว้ตรงกลางด้านบน แถมยังทนทานรอยขีดข่วนด้วย Gorilla Glass อีก

สเปครองรับการใช้งานในยุคนี้ได้สบาย ๆ ทุกอย่าง แม้กระทั่งเล่นเกม 3D กราฟฟิคงาม ๆ ก็หายห่วง ด้วยชิป MediaTek Helio G96 และ RAM 8GB กับความจุในตัว 128GB ส่วนแบตเตอรี่ก็อัดมาให้เท่ากันที่ 5000 mAh พร้อมชาร์จไว 33W

กล้องหลัง 4 ตัว ที่จัดเต็มกว่าด้วยกล้องหลักความละเอียดสูงลิ่วถึง 108MP  ส่วนกล้องตัวอื่น ๆ สเปคเดียวกันกับรุ่นด้านบน ทั้งกล้อง Ultrawide ความละเอียด 8MP + กล้อง Macro ความละเอียด 2MP + กล้องจับความลึก 2MP และกล้องเซลฟี่ 13MP

สเปค REDMI NOTE 11S

  • หน้าจอ AMOLED ขนาด 6.4 นิ้ว ความละเอียด FHD+ รีเฟรชเรท 90Hz
  • CPU : Helio G96
  • RAM : 8GB (รองรับ Memory Extension ยืมความจุมาเติม RAM)
  • ความจุ (UFS 2.2) : 128GB
  • กล้องหลัง 4 ตัว
    – กล้องหลักความละเอียด 108MP
    – กล้อง Ultrawide ความละเอียด 8MP
    – กล้อง Macro ความละเอียด 2MP
    – กล้องจับความลึก 2MP
  • กล้องหน้า : 13MP
  • ระบบเสียง : ลำโพงสเตอรีโอ, รูหูฟัง 3.5 มม.
  • มาตรฐานกันน้ำ : IP53
  • แบตเตอรี่ : 5000 mAh รองรับชาร์จไว 33W
  • ระบบ Android 11 ครอบด้วย MIUI 13
  • สีที่วางจำหน่าย : Graphite Gray, Star Blue, Pearl White

REDMI NOTE 11 PRO / REDMI NOTE 11 PRO 5G

สุดท้ายกับรุ่นท้อปอย่าง Redmi Note 11 Pro และ Pro 11 5G ที่จัดสเปคมาให้แบบเต็มเหยียดทั้งหน้าจอแบบ AMOLED ขนาด 6.67 นิ้ว ความละเอียด FHD+, Color gamut DCI-P3 พร้อมรองรับรีเฟรชเรท 120Hz ให้การแสดงผลได้อย่างลื่นไหลสุด ๆ ไปเลย และยังถูกใจเกมเมอร์ด้วย Touch Sampling Rate ที่สูงถึง 360Hz บังคับเกมผ่านหน้าจอสัมผัสได้อย่างรวดเร็วและแม่นยำ

สำหรับสเปคของ Redmi Note 11 Pro 5G มากับชิป Snapdragon 695 ส่วน Redminote 11 Pro จะใช้ชิป Helio G96 ซึ่งทั้งคู่จะมากับ RAM แบบ LPDDR4x สูงสุด 8GB พร้อมความจุแบบ UFS 2.2 ขนาด 128GB รองรับ microSD card ได้ถึง 1TB ส่วนแบตเตอรี่ให้มาที่ 5000 mAh คู่กับระบบชาร์จไวถึง 67W ที่ใช้เวลาเพียง 15 นาที ก็ชาร์จได้ถึง 51% กันเลย

กล้องหลังของทั้ง Redmi Note 11 Pro และ Redmi Note 11 Pro 5G ก็จัดเต็มเหมือนเดิมด้วย กล้องหลักความละเอียด 108MP + กล้อง Ultrawide ความละเอียด 8MP + กล้อง Macro ความละเอียด 2MP + กล้องจับความลึก 2MP และกล้องเซลฟี่ 13MP

สเปค REDMI NOTE 11 PRO

  • หน้าจอ AMOLED ขนาด 6.67 นิ้ว ความละเอียด FHD+ รีเฟรชเรท 120Hz
  • CPU : Helio G96
  • RAM : 8GB (รองรับ Memory Extension ยืมความจุมาเติม RAM)
  • ความจุ (UFS 2.2) : 128GB
  • กล้องหลัง 4 ตัว
    – กล้องหลักความละเอียด 108MP
    – กล้อง Ultrawide ความละเอียด 8MP
    – กล้อง Macro ความละเอียด 2MP
    – กล้องจับความลึก 2MP
  • กล้องหน้า : 13MP
  • ระบบเสียง : ลำโพงสเตอรีโอ, รูหูฟัง 3.5 มม.
  • มาตรฐานกันน้ำ : IP53
  • แบตเตอรี่ : 5000 mAh รองรับชาร์จไว 67W
  • ระบบ Android 11 ครอบด้วย MIUI 13
  • สีที่วางจำหน่าย : Graphite Gray, Polar White, Atlantic Blue, Star Blue

สเปค REDMI NOTE 11 PRO 5G

  • หน้าจอ AMOLED ขนาด 6.67 นิ้ว ความละเอียด FHD+ รีเฟรชเรท 120Hz
  • CPU : Snapdragon 695
  • RAM : 8GB (รองรับ Memory Extension ยืมความจุมาเติม RAM)
  • ความจุ (UFS 2.2) : 128GB
  • กล้องหลัง 4 ตัว
    – กล้องหลักความละเอียด 108MP
    – กล้อง Ultrawide ความละเอียด 8MP
    – กล้อง Macro ความละเอียด 2MP
    – กล้องจับความลึก 2MP
  • กล้องหน้า : 13MP
  • ระบบเสียง : ลำโพงสเตอรีโอ, รูหูฟัง 3.5 มม.
  • มาตรฐานกันน้ำ : IP53
  • แบตเตอรี่ : 5000 mAh รองรับชาร์จไว 67W
  • ระบบ Android 11 ครอบด้วย MIUI 13
  • สีที่วางจำหน่าย : Graphite Gray, Polar White, Atlantic Blue, Star Blue

ราคาและวันวางจำหน่าย

ราคาของ Redmi Note 11 และ Redmi Note 11s ที่วางขายในบ้านเราก็มีตามนี้เลย

  • Redmi Note 11 (4GB / 128GB) : ราคา 6,299 บาท
  • Redmi Note 11 (6GB / 128GB) : ราคา 6,999 บาท
  • Redmi Note 11s (8GB / 128GB) : ราคา 8,299 บาท

Redmi Note 11 และ Redmi Note 11s ทุกรุ่นจะเริ่มวางจำหน่ายกับร้านค้าที่ร่วมรายการตั้งแต่วันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2565 เป็นต้นไป และยังจะได้รับของแถมเป็นกระเป๋าผ้า Redmi Note 11 Series มูลค่า 590 บาท ไปด้วยนะ ส่วนอีก 2 รุ่น Redmi Note 11 Pro และ Pro 5G จะตามมาทีหลัง แต่ราคาจะอยู่ที่เท่าไหร่บ้างต้องมารอดูกันอีกทีครับ


ขอขอบคุณ – droidsans


รวมโปรเน็ตดีแทคสุดแรง คลิก

#โปรเน็ต #สมัครเน็ต #โปรเน็ตดีแทค #สมัครเน็ตดีแทค

เผยรายละเอียด Lenovo Halo มือถือสเปคสุดท็อป

เผยรายละเอียด Lenovo Halo มือถือสเปคสุดท็อป

อย่างที่ทราบกันดีว่า Qualcomm Snapdragon 8 Gen 1 นั้นถือว่าเป็นขุมพลังตัวท็อปของ Qualcomm และหลายค่ายก็เลือกไปใส่ในมือถือของตัวเอง โดนล่าสุดนี้ Evan Blass ได้กมีเปิดเผยว่า Lenovo กำลังจะมีมือถือใหม่ที่มีชื่อรุ่นว่า Halo ออกมา พร้อมกับสเปกที่น่าสนใจไม่เบา

ย้ำไว้ก่อนมือถือรุ่นนี้ไม่ได้มาแทน Legion Duel 2 แต่ออกมาใหม่เลยที่เน้นเรื่องของความรวดเร็วที่หน้าจอ, ชาร์จไฟเร็ว, กล้องสวยมากขึ้นกว่าเดิม โดยมาพร้อมกับหน้าจอขนาด 6.67 นิ้วความละเอียด 1080p+ และเป็นแบบ P-OLED มีค่า Refresh ที่ 144 Hz และ ค่าความไวในการสัมผัสหน้าจอที่ 300 Hz ส่วนกล้องหน้าติดตั้งความละเอียด 16 ล้านพิกเซล

ส่วนกล้องตัวหลักความละเอียด 50 ล้านพิกเซล, กล้องมุมกว้าง 13 ล้านพิกเซล และมีกล้อง 2 ล้านพิกเซลช่วย ซึ่งเท่ากับกล้องความละเอียดจะน้อยกว่า Legion Duel 2 แต่มีการออกแบบให้ดูไม่ได้เป็น Gaming Smart phone

ทางด้านแบตเตอรี่มีขนาด 5000 mAh และมีความบางลงกว่า แถมชาร์จไฟไวด้วยกำลัง 68W เลยทีเดียว ด้านขุมพลัง Snapdragon 8 Gen 1 ยังให้ใช้บริการ แต่มี RAM ให้เลือกทั้ง 8/12/16GB ในแบบ LPDDR5 และมีหน่วยความจำในตัว 128 / 256GB แบบ UFS 3.1

กำหนดการเปิดตัวมือถือรุ่นนี้อาจจะเกิดขึ้นในครึ่งหลังของปีนี้ แต่จะเป็นอย่างไรรอติดตามกันต่อไป

ขอขอบคุณ – Sanook


รวมโปรเน็ตดีแทคสุดแรง คลิก

#โปรเน็ต #สมัครเน็ต #โปรเน็ตดีแทค #สมัครเน็ตดีแทค

ครม. อนุมัติคนละครึ่งเฟส 4 จ่ายหัวละ 1,200 บาท ใช้จ่ายได้ถึง 30 เม.ย. 65

ครม. อนุมัติคนละครึ่งเฟส 4 จ่ายหัวละ 1,200 บาท ใช้จ่ายได้ถึง 30 เม.ย. 65

ที่ประชุม ครม. อนุมัติโครงการคนละครึ่งเฟส 4 ของสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง กระทรวงการคลัง กรอบวงเงิน 34,800 ล้านบาท ให้ใช้จ่ายจากเงินกู้ภายใต้แผนงาน/โครงการกลุ่มที่ 3 ตามบัญชีท้ายพระราชกำหนดฯ เพิ่มเติม พ.ศ. 2564

โดยรัฐบาลจะสนับสนุนค่าอาหาร-เครื่องดื่ม สินค้าทั่วไป บริการนวดสปา ทำเล็บ ทำผม รวมถึงบริการขนส่งสาธารณะจากภาครัฐในอัตรา 50% แต่ไม่เกิน 150 บาทต่อคนต่อวัน หรือไม่เกิน 1,200 บาทต่อคน ตลอดระยะเวลาโครงการคนละครึ่งเฟส 4 เริ่มตั้งแต่วันที่ 1 ก.พ. – 30 เม.ย. 65

นายธนกร วังบุญคงชนะ โฆษกสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวเพิ่มเติมว่า การลงทะเบียนคนละครึ่งเฟส 4 สำหรับคนที่เคยได้สิทธิในเฟส 3 จำนวนราว 27 ล้านคนนั้น

คนเก่า ที่เคยใช้สิทธิคนละครึ่ง

สามารถกดยืนยันสิทธิผ่านแอปพลิเคชั่นเป๋าตังได้ตั้งแต่วันที่ 1 ก.พ. นี้ และสามารถเริ่มใช้จ่ายสิทธิได้เลย ตั้งแต่วันที่ 1 ก.พ. – 30 เม.ย. 65

คนใหม่ ต้องลงทะเบียนสมัครคนละครึ่ง

ส่วนผู้ที่ไม่เคยเข้าร่วมโครงการคนละครึ่งเฟส 4 นั้น รัฐบาลได้กำหนดสิทธิไว้ให้ 1 ล้านสิทธิ โดยจะสามารถลงทะเบียนผ่านเว็บไซต์ www.คนละครึ่ง.com ได้ในวันที่ 10 ก.พ. นี้ และเริ่มใช้จ่ายสิทธิได้ในวันที่ 17 ก.พ. นี้ โดยให้วงเงินคนละ 1,200 บาท

คุณสมบัติผู้สมัครโครงการคนละครึ่งเฟส 4 มีอะไรบ้าง ?

  • สัญชาติไทย
  • อายุ 18 ปีบริบูรณ์ขึ้นไป
  • มีบัตรประจำตัวประชาชน
  • ไม่เป็นผู้มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐตามฐานข้อมูลกระทรวงการคลัง ณ วันที่ 25 ม.ค. 65
  • ไม่เป็นผู้ที่ได้รับสิทธิโครงการเพิ่มกำลังซื้อให้แก่ผู้ที่ต้องการความช่วยเหลือเป็นพิเศษ ระยะที่ 2

ก่อนการใช้สิทธิคนละครึ่งเฟส 4 ครั้งแรก ผู้ได้รับสิทธิตามโครงการคนละครึ่งเฟส จะต้องยืนยันตัวตนด้วยบัตรประจำตัวประชาชนที่สาขาหรือตู้เอทีเอ็มของธนาคารกรุงไทย ยกเว้นผู้ที่เคยยืนยันตัวตนด้วยบัตรประจำตัวประชาชนกับธนาคารกรุงไทยฯ หรือผู้ที่มีแอปพลิเคชัน “Krungthai NEXT” ซึ่งผ่านการยืนยันตัวตนกับธนาคารกรุงไทยฯ แล้ว


ขอขอบคุณ – Sanook


รวมโปรเน็ตดีแทคสุดแรง คลิก

#โปรเน็ต #สมัครเน็ต #โปรเน็ตดีแทค #สมัครเน็ตดีแทค

เช็คด่วน ! ใครมีโปรแกรมเถื่อนในคอม อาจมีอันตรายแฝงอยู่

เช็คด่วน ! ใครมีโปรแกรมเถื่อนในคอม อาจมีอันตรายแฝงอยู่

โปรแกรมเถื่อนที่บางคนยังคงลงให้กับคอมพิวเตอร์ของตัวเอง มันจะมีผลเสียอะไรไหมถ้าติดตั้งไว้และจะแก้ปัญหาได้อย่างไร เรามีคำตอบ

istock-1194783222

โปรแกรมดีแต่อาจจะมีอะไรแอบแฝงอยู่

เรื่องแรกคือโปรแกรมที่ได้มาเหล่านั้นมักจะได้มาแบบไม่ถูกต้องทำให้เกิดความเสี่ยงต่อการเปิดช่องโหว่เพื่อให้เกิดภัยอันตรายต่างๆ เช่น Hacker เข้ามาโจมตีผ่าน Software เล่านี้ หรือบางครั้งอาจจะทำให้โปรแกรมใช้งานไม่ได้เลยก็มีเหมือนกัน

ส่งผลทำให้เครื่องค้าง

หากเทียบกับโปรแกรมที่ถูกลิขสิทธิ์แล้วโปรแกรมเถื่อนนอกจากจะเปิดช่องโหว่ต่างๆ ได้แล้ว การที่ไม่ได้อัปเดตเวอร์ชั่นอยู่เสมอก็อาจจะส่งผลกับเครื่องทำให้ตัวเครื่องมีปัญหาเช่น อาการค้างทำงานไม่เต็มที่ ต่อให้อัปเกรดเครื่องแล้วก็อาจจะยังไม่เพียงพอต่อการใช้งานอยู่เหมือนกับเครื่องมาใหม่แรกๆ

ลงโปรแกรมผิดอาจจะทำให้เครื่องพังได้

บางครั้งการลงโปรแกรมอาจจะใช้วิธีการโคลนจากคอมพิวเตอร์รุ่นอื่นมา อาจจะทำให้เกิดปัญหา Driver หรือ Software ควบคุมตัวเครื่องไม่ตรงรุ่น ก็อาจจะทำให้เครื่องพัง อย่างมากสุดคือ ระบบปฏิบัติการ Windows ไม่สามารถมองเห็นจนทำให้เกิดความเสียหายต่อข้อมูลของเราได้เช่นเดียวกัน

istock-936338884

สำหรับวิธีแก้ปัญหาเหล่านี้ง่ายๆ เพียง 1 ลองใช้โปรแกรมกลุ่ม Freeware เช่นใน Windows จะมีโปรแกรม Antivirus อย่าง Windows Defender ที่สามารถป้องกันได้ระดับหนึ่งอยู่แล้ว ไม่จำเป็นต้องดาวน์โหลดอะไรเพิ่มก็ได้ หรือโปรแกรมแต่งภาพ สามารถใช้ Photoscape X หรือ Adobe Photoshop Express ที่สามารถใช้งานผ่านเว็บไซต์ได้

และการลงโปรแกรมเถื่อนถือว่าเป็นเรื่องที่ผิดเพราะนอกจากเรื่องของโปรแกรมที่ไม่ถูกต้องหากมีการรู้ก็อาจจะร้านถูกดำเนินคดีในอนาคตได้ ฉะนั้นเมื่อซื้อคอมพิวเตอร์แล้ว ไม่ควรจะให้ร้านลงโปรแกรมให้นอกจากติดเครื่องและ คุณสามารถดาวน์โหลดโปรแกรมได้เองผ่าน ร้านออนไลน์ภายในเครื่องเช่น Microsoft Store (สำหรับเครื่องระบบปฏิบัติการ Windows) หรือ Apps Store (สำหรับระบบปฏิบัติการ macOS) ผ่านในคอมพิวเตอร์ ของเครื่องคุณได้ทัน

รวมโปรเน็ตดีแทคสุดแรง คลิก

#โปรเน็ต #สมัครเน็ต #โปรเน็ตดีแทค #สมัครเน็ตดีแทค

Apple เร่งแก้ปัญหาช่องโหว่ด้านความปลอดภัยใน Safari

Apple เร่งแก้ปัญหาช่องโหว่ด้านความปลอดภัยใน Safari

เว็บไซต์ MacRumors ได้รายงานว่าพบช่องโหว่ใน Safari ซึ่งเป็นเว็บเบราว์เซอร์หลักของ Apple โดยช่องโหว่ดังกล่าวส่งผลให้เว็บไซต์ต่าง ๆ สามารถอ่านข้อมูลการค้นหาบนเว็บไซต์หรือแม้กระทั่ง Google ID ของผู้ใช้ทั้งหมดได้

ปัญหาดังกล่าวส่งผลกระทบต่อแพลตฟอร์มหลักของ Apple ทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็น iOS 15, iPadOS 15 และ macOS Monterey โดยทาง Apple ได้ทราบถึงปัญหานี้แล้วและกำลังเร่งแก้ไขอย่างเร่งด่วน

Safari

ปัญหาดังกล่าวได้พบใน IndexedDB API ซึ่งเว็บไซต์ต่าง ๆ ได้นำมาใช้ ซึ่ง API นี้ควรจะทำหน้าที่ให้เว็บไซต์สามารถเข้าถึงได้เฉพาะข้อมูลที่มาจากเว็บไซต์ดังกล่าวเท่านั้น แต่ข้อผิดพลาดที่พบนั้นกลับอนุญาตให้เว็บไซต์ต่าง ๆ สามารถอ่านข้อมูลการค้นหาในอินเตอร์เน็ตและข้อมูลจำเพาะของบุคคลได้ทั้งหมด

ดังนั้นผู้ใช้จึงอาจเปลี่ยนไปใช้เว็บเบราว์เซอร์อื่นเป็นการชั่วคราวในระหว่างที่ Apple กำลังเร่งแก้ปัญหาช่องโหว่อยู่นี้


รวมโปรเน็ตดีแทคสุดแรง คลิก

#โปรเน็ต #สมัครเน็ต #โปรเน็ตดีแทค #สมัครเน็ตดีแทค

Apple ถอดอัปเดตความปลอดภัยของ iOS 14 แล้ว บังคับอัปเป็น iOS 15 เท่านั้น

Apple ถอดอัปเดตความปลอดภัยของ iOS 14 แล้ว บังคับอัปเป็น iOS 15 เท่านั้น

ในตอนนี้แอปเปิลถอดตัวเลือกอัปเดตความปลอดภัย iOS 14 ออกแล้วเหลือเพียงการอัปเดตแค่ iOS 15 หรือใหม่กว่าเท่านั้น!  ทั้งนี้การหายไปของเวอร์ชั่น 14 นั้นทาแอปเปิลได้ออกมาบอกแล้วว่าเป็นการตั้งใจถอดมันออกไปเพื่อบังคับให้ผู้ใช้อัปเป็น iOS 15 ทั้งหมด

การอัปเดตความปลอดภัย iOS 14 ครั้งล่าสุดของ Apple คือเวอร์ชั่น iOS 14.8.1 ที่ทางแอปเปิลได้ปล่อยออกมาให้อัปเดตกันในเดือนตุลาคมและแน่นอนว่ามันจะไม่มีเวอร์ชั่นต่อไปอีกแล้ว ตามที่สื่อ Macrumors ได้เคยสรุปไว้เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว

apple-is-no-longer-letting

ทั้งนี้ iPhone ที่ใช้ iOS 14.8 การอัปเดต iOS 14.8.1 จะไม่สามารถใช้ได้อีกต่อไป และทุกเครื่องจะสามารถทำการอัปเดตได้เพียง iOS 15.2.1 เป็นตัวเลือกการอัปเดตเดียวเท่านั้นใน iPhone ทั้งหมดที่ใช้ iOS 14

รวมโปรเน็ตดีแทคสุดแรง คลิก

#โปรเน็ต #สมัครเน็ต #โปรเน็ตดีแทค #สมัครเน็ตดีแทค