เปิดตัว Nintendo Switch OLED Model อย่างเป็นทางการ

เปิดตัว Nintendo Switch OLED Model อย่างเป็นทางการ

สิ้นสุดการรอคอยไม่ต้องลุ้นข่าวลืออีกต่อไป เมื่อทาง Nintendo ได้เปิดตัวเครื่องเกม Nintendo Switch OLED Model ที่ได้รับการปรับปรุงจากเครื่องเกมตัวก่อนออกมาอย่างเป็นทางการแล้ว!

พบกับสมาชิกใหม่ของครอบครัวใหม่ Nintendo Switch ด้วยหน้าจอ OLED ใหม่ขนาด 7 นิ้ว ที่สามารถแสดงสีสันของภาพได้อย่างมีชีวิตชีวา และมีขาตั้งเครื่องแบบใหม่ที่สามารถปรับได้กว้างมากขึ้น พร้อมด้วย Dock ที่มีพอร์ทสาย LAN เพื่อการเชื่อมต่อสายสัญญาณในการเล่นเกมที่รวดเร็ว ตัวเครื่องพกพายังได้รับการปรับปรุงระบบเสียงให้ดีขึ้น รวมถึงมีความจุขนาด 64 GB ภายในตัว เพื่อการดาวน์โหลดเกมเก็บไว้เล่นได้ทุกที่ทุกเวลา

  • หน้าจอ OLED ขนาด 7 นิ้ว

ดื่มด่ำกับสีสันที่สดและ Contrast ที่คมชัดของกราฟฟิกได้ทุกที่ทุกเวลา ความแตกต่างของการแสดงผลหน้าจอที่ดีกว่า จะทำให้คุณได้พบกับประสบการณ์การการแข่งขันด้วยความเร็วสูงและการต่อสู้ที่ดีขึ้นกว่าเดิม

  • ขาตั้งปรับกว้างได้

พลิกขาตั้งที่แข็งแรงซึ่งอยู่ที่ด้านหลังหน้าจอออกมา เพื่อวางเครื่องบนโต๊ะให้สะดวกต่อการเล่น ค้นหามุมที่ดีที่สุดของคุณแล้วสนุกกับเพื่อนหรือครอบครัวได้ทันที

  • เชื่อมต่อ Dock ด้วยพอร์ท LAN

เชื่อต่อออนไลน์ด้วยสาย LAN ด้วยพอร์ทของเครื่อง Dock ตัวใหม่ ในการออนไลน์เกมบนโทรทัศน์ที่รวดเร็ว

  • พื้นที่เก็บข้อมูล 64 GB

บันทึกเกมโปรดของคุณลงในพื้นที่เครื่องขนาด 64 GB เพื่อความสะดวกต่อการเล่นเกมได้ตามต้องการ

  • Enhanced Audio

เพลิดเพลินกับระบบเสียงที่ได้รับการปรับปรุงใหม่ จากลำโพงออนบอร์ดของเครื่องที่ดีขึ้น

  • 3 โหมดในเครื่องเดียว

TV Mode จะทำให้คุณสนุกกับการเล่นเกมบนโทรทัศน์จากการต่อหน้าจอกับเครื่อง Dock ได้ในทันที, Tabletop Mode พลิกขาตั้งจอเพื่อแชร์ความสนุกร่วมกับผู้เล่นคนอื่น, Handheld Mode หยิบหน้าจอขึ้นมาเล่นกับ Joy-Con ที่มีความยืดหยุ่น เพื่อเพลิดเพลินกับหน้าจอ OLED ขนาด 7 นิ้ว ที่สวยงาม

Nintendo Switch OLED Model มีกำหนดวางจำหน่ายวันที่ 8 ตุลาคม 2021 ในราคา $349.99 (ประมาณ 11,270 บาท) โดยมีสีขาว (White) และสีน้ำเงิน/แดง (Neon Blue/Neon Red)

ขอบคุณข้อมูลจาก https://www.sanook.com/game/1108169/

5G คืออะไร ? เทคโนโลยีสื่อสารไร้สายน้องใหม่

5G คืออะไร ? เทคโนโลยีสื่อสารไร้สายน้องใหม่

ช่วงนี้ใครหลายๆคนอาจได้ยินคำว่า 5G กันมาบ้าง แล้ว 5G คืออะไร? วันนี้เราจะมาหาคำตอบกัน 5G คือ Generation ใหม่ของเทคโนโลยีเครือข่ายไร้สายที่จะมาแทนที่ระบบ 4G ที่เรากำลังใช้อยู่ในปัจจุบัน ซึ่งมันจะไม่จำกัดแค่มือถือเท่านั้น แต่รวมถึงอุปกรณ์ทุกชนิดที่เชื่อมอินเตอร์เน็ตได้ (Internet of Things หรือ IoT)

ก่อนจะไปถึง 5G ลองมาไล่เลียงเทคโนโลยีเครือข่ายไร้สายในแต่ละยุคกัน

เริ่มจากในยุคแรก 1G เราพูดคุยกันด้วยเสียงผ่านมือถือระบบอนาล็อก ต่อมาเราเริ่มส่งข้อความ MMS หากันในยุค 2G จนกระทั่งถึงจุดเปลี่ยนที่สำคัญคือ เมื่อเข้าสู่ยุค 3G เราสามารถเชื่อมต่อและเล่นอินเตอร์เน็ตผ่านมือถือได้ด้วยความเร็วที่สูงขึ้น (อยู่ระหว่าง 220 Kbps ถึง 42.2 Mbps) จนเข้ามาถึงยุค 4G เราสามารถดูภาพ และเสียงหรือหนังออนไลน์ได้เนื่องจากมีความเร็วหลากหลายระดับให้เลือกใช้ ไม่ว่าจะเป็น 4G LTE (100 Mbps), LTE Advanced (1 Gbps) ตอนนี้คุณพร้อมหรือยัง? ที่จะก้

  • ตอบสนองไวขึ้น สามารถสั่งงาน และควบคุมสิ่งต่างๆ ได้อย่างรวดเร็ว หรือเรียกว่าแทบจะทันที เนื่องจากมีความหน่วงที่ต่ำ ตอบสนองได้ไวถึง 1 ส่วนพันวินาที
  • รองรับการ รับ-ส่ง ข้อมูลได้มากกว่า ถ้าเป็น 4G จะสามารถ รับ-ส่ง ข้อมูลได้ราว 7.2 Exabytes ต่อเดือน แต่สำหรับ 5G จะเพิ่มขึ้นราว 7 เท่า หรือ 50 Exabytes ต่อเดือน
  • เร็วแรงกว่าเดิม 5G มีความเร็วมากกว่า 4G ถึง 20 เท่า ซึ่งเร็วมากพอที่จะดูวิดีโอ 8K ออนไลน์แบบ 3 มิติ หรือดาวน์โหลดภาพยนตร์ 3 มิติ ได้ในภาย 6 วินาที
  • ความถี่ให้เลือกใช้มากกว่า 5G จะสามารถใช้งานคลื่นความถี่ได้จนถึง 30GHz ซึ่งเป็นความถี่ย่านใหม่ที่ไม่เคยมีการใช้งานมาก่อน
  • รองรับการใช้งานที่มากกว่า รองรับจำนวนผู้ใช้งานเพิ่มขึ้น 10 เท่า จากที่สามารถรับคนได้ราว 1 แสนคนต่อพื้นที่ 1 ตร.กม. กลายเป็น 1 ล้านคนต่อพื้นที่ 1 ตร.กม.

ประโยชน์ของ 5G

สำหรับคุณสมบัติหลักเด่นชัดของ 5G ที่เห็นได้ชัดเลยคงเป็นเรื่องของคุณภาพการรับชมวีดีโอ หรือการเล่นเกมส์ออนไลน์ ที่ช่วยให้ผู้ใช้บริการได้สัมผัสกับคุณภาพความคมชัด และความรวดเร็วเทียบเท่ากับการใช้งานผ่านโครงข่ายใยแก้วนำแสง (Fiber Optic) หรือการที่สามารถทำงานและเข้าถึงข้อมูลทุกอย่างที่อยู่บน Cloud ไม่ว่าจะรูปแบบภาพ หรือวิดีโอ ได้แบบทันทีที่ต้องการ รวมถึงการพัฒนาเทคโนโลยีให้มีความเร็วในการดาวน์โหลดและอัพโหลดที่สูงกว่าเทคโนโลยี 4G อีกด้วย

นอกจากนี้ เทคโนโลยี 5G ยังถูกออกแบบมาเพื่อรองรับการเชื่อมต่อจำนวนมากๆ ผ่านอินเตอร์เน็ต หรือที่เรียกกันว่า IoT อาทิ รถยนต์ไร้คนขับ การผ่าตัดได้จากระยะไกล หุ่นยนต์ในโรงงาน สิ่งเหล่านี้แสดงให้เห็นถึงการเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงานซึ่งถือว่ามีความเร็วมากกว่าเทคโนโลยี 4G เกิน 10 เท่า รวมถึงช่วยให้เกิดการใช้งาน AR และ VR ในกิจกรรมต่างๆ อาทิ การสำรวจภาคสนาม การสาธารณสุขทางไกล ความบันเทิง และท่อส่งข้อมูลขนาดใหญ่เพื่อใช้ในการเข้าถึงการใช้งาน Cloud Computing ซึ่ง 5G ช่วยพัฒนาศักยภาพของระบบค้าปลีก การซื้อของออนไลน์ รวมถึงการใช้งานต่างๆ ของออฟฟิศอัจฉริยะ  (Smart Office) และนำไปสู่ระบบเมืองอัจฉริยะ (Smart Cities) ในอนาคต

Sony Xperia Ace 2 รุ่นเล็ก  เปิดตัวในญี่ปุ่น หน้าจอ 5.5 นิ้ว ขุมพลัง Helio P35

Sony Xperia Ace 2 รุ่นเล็ก เปิดตัวในญี่ปุ่น หน้าจอ 5.5 นิ้ว ขุมพลัง Helio P35

หลังจาก Sony ได้ประกาศเปิดตัวสมาร์ทโฟน Xperia รุ่นใหม่ 3 รุ่นรวดคือ Xperia 1 IIIXperia 5 III และ Xperia 10 III พร้อมเปิดให้ผู้ใช้งานในประเทศไทย ได้ลงทะเบียนแสดงความสนใจผ่านทางเว็บไซต์ www.smap.ap.sony.com จนล่าสุดยังมีสมาร์ทโฟน Xperia โผล่เปิดตัวมาอีก 1 รุ่นนั้นก็คือ Sony Xperia Ace 2 ซึ่งเป็นซีรี่ย์เล็ก ใช้ขุมพลัง Helio P35

Sony Xperia Ace 2 จะมีดีไซน์แบบเล็กกะทัดรัดด้วยขนาด 69x140x8.9 มิลลิเมตร น้ำหนัก 159 กรัม และรอบตัวเครื่องเป็นทรงเหลี่ยมตามฉบับของ Sony ส่วนหน้าจอแสดงผลเป็นพาแนล IPS-LCD กว้าง 5.5 นิ้ว ความละเอียด HD+ มีการปกป้องด้วยกระจก Gorilla Glass 6 ส่วนรอยแหว่งเป็นแบบทรงหยดน้ำ ในนั้นมีกล้องหน้า ความละเอียด 8MP

ในขณะที่กล้องหลังติดตั้งมา 2 เลนส์ ประกอบไปด้วยเลนส์หลัก ความละเอียด 13 ล้านพิกเซล และเลนส์ Depth ความละเอียด 2MP ทั้งนี้ยังมีการทำงานร่วมกับ AI ตรวจจับซีนได้ถึง 13 แบบ พร้อมกับ 4 สถานการณ์ที่ช่วยให้กล้องทำงานได้ดีขึ้น

สเปคภายในของ Sony Xperia Ace 2 จะได้ชิปเซ็ต MediaTek Helio P35 พร้อมกับ RAM 4GB และ ROM 64GB สามารถเพิ่ม MicroSD/SDHX/SDXC Card ได้สูงสุด 1TB ส่วนระบบปฏิบัติการรันบน Android 11 มีโหมด Easy Home ซึ่งจะมีหน้าตาดูเรียบง่าย ไอคอนใหญ่ ตัวหนังสืออ่านง่าย ช่วยให้คนที่ใช้งานสมาร์ทโฟนเป็นครั้งแรกไม่สับสน

นอกจากนี้ Sony Xperia Ace 2 ยังมาพร้อมแบตเตอรี่ขนาด 4,500mAh ซึ่งเป็นแบตเตอรี่ที่เสื่อมยากใช้ยาวๆ ได้ถึง 3 ปี และเป็นชนิดเดียวกับที่ใช้ใน Xperia 1 III และ Xperia 10 III ส่วนพอร์ตจะเป็น USB Type-C นอกจากนี้ยังมีช่องเสียบหูฟัง 3.5 มิลลิเมตร, มาตรฐานกันน้ำ (IPX5 / IPX8) กับกันฝุ่น IP6X และรองรับการสแกนลายนิ้วมือที่ปุ่มเพาเวอร์

ขอคุณขอมูลจาก : https://news.siamphone.com/news-47647.html

AirTag ไอเท็มติดตามสิ่งของใหม่จาก Apple ที่มาพร้อมพวงกุญแจจากแอร์เมส

AirTag ไอเท็มติดตามสิ่งของใหม่จาก Apple ที่มาพร้อมพวงกุญแจจากแอร์เมส

Airtag – เมื่อวันที่ 21 เมษายน ที่ผ่านมา ในงานแอปเปิล อีเวนท์ ที่ผ่านมา ซึ่งแอปเปิล ได้เปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ เริ่มด้วย iPhone 12 สีม่วง ที่กลายเป็นที่เรียกติดปากของคนไทยว่า น้องมันม่วง ซึ่งเป็นสีที่เข้ากับฤดูใบไม้ผลิ โดยจะเริ่มต้นวางขายในวันที่ 30 เมษายน

นอกจากนี้ แอปเปิ้ล ยังได้เปิดตัวไอเท็มใหม่ อย่าง iPad Pro กับชิป M1, จอภาพ Liquid Retina XDR ขนาด 12.9 นิ้ว รองรับ 5G ทั้งกล้องหน้าอัลตร้าไวด์ใหม่ที่มาพร้อมคุณสมบัติ “จัดให้อยู่ตรงกลาง” และ iMac ดีไซน์บางเฉียบ สีสันสดใส พร้อมจอภาพ Retina 4.5K ขนาด 24 นิ้ว รวมถึงลำโพง ไมโครโฟน และกล้องใหม่ที่ดีที่สุดใน Mac พร้อมโดยชิป M1

ที่ฮือฮาที่สุด คงเป็นไอเท็มใหม่อย่าง Airtag อุปกรณ์ติดตามสิ่งของต่างๆ ที่ใช้ติดกับกุญสิ่งต่างๆ และสามารถตามหาของเหล่านั้นได้ ผ่านเรดาร์การค้นหาจากแอป Find My ซึ่ง ไอเท็มนี้ ล้ำกว่าอุปกรณ์ตามหาสิ่งของที่เคยมีมา เพราะสามารถใช้ระบบค้นหาเดียวกับเวลาที่หาโทรศัพท์ไอโฟน หรือ ไอแพด นั่นเอง

นอกจากนี้ เจ้า Airtag ยังสามารถสั่งให้ลำโพงในตัวเล่นเสียงได้ โดยไปที่แถบสิ่งของ ให้แอป “ค้นหาของฉัน” และพูดว่า “หวัดดี Siri หากระเป๋าสตางค์ให้หน่อย” ถ้าชิ้นนั้นซ่อนอยู่ใกล้ๆ ก็จะส่งเสียงออกมา โดยไม่ต้องเสียเวลาหา ทั้งยังคอยบอกตำแหน่ง ว่าใกล้กับสิ่งของนั้นแล้วเท่าใดด้วย

ที่สำคัญคือ สามารถใช้เครือข่ายของแอปเปิล ทั้งไอโฟนและแม็ค ทั่วโลกในการติดตามได้ด้วย และยังมีระบบโหมดสูญหาย ให้ตามหาเจ้า แอร์แท็กได้ง่ายๆอีกด้วย ที่สำคัญคือ ยังคงเน้นเรื่องความเป็นส่วนตัวแบบแอปเปิล

ส่วนคำถามที่หลายคนสงสัยว่าใช้งานได้นานเท่าไหร่ แอปเปิล ก็เคลมว่าเจ้าแอร์แท็ก นี้ มีแบตเตอรี่ที่ใช้ได้นานมากกว่า 1 ปี และยังเตือนในไอโฟน ว่าถึงเวลาเปลี่ยนแบตแล้วหรือไม่ และยังไม่ต้องกังวลเรื่องการเปียกน้ำ ทั้งยังสามารถสลักชื่อลงไปได้อีกด้วย

Airtag มาในราคาที่จับต้องได้ ด้วยราคา 1 ชิ้น 990 บาท และ 4 ชิ้นในราคา 3,390 บาท 1 แอปเปิลไอดี ใช้ได้ 16 ชิ้น

นอกจากนี้้ ยังได้เอาใจสายแฟชั่น ด้วยไอเท็มจาก แอร์เมส 3 ชิ้น ได้แก่

พวงกุญแจ AirTag Hermès 11,690 บาท , เครื่องประดับห้อยกระเป๋า AirTag Hermès เริ่มต้นที่ 9,990 และ แท็กกระเป๋าเดินทาง AirTag Hermès เริ่มต้นที่ 14,690

ขอบคุณข้อมูลจากเว็บ https://www.matichon.co.th/lifestyle/news_2683735

เปิดตัว OPPO A94 และ OPPO A Series 4 รุ่น พร้อมเปิดตัว OPPO Enco Buds

เปิดตัว OPPO A94 และ OPPO A Series 4 รุ่น พร้อมเปิดตัว OPPO Enco Buds

เปิดตัวสมาร์ทโฟน OPPO A Series 4 รุ่นล่าสุด ได้แก่ OPPO A94, OPPO A74, OPPO A74 5G และ OPPO A54 ให้ “ใช้ชีวิตให้เต็มสปีด” ด้วยเทคโนโลยีที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ด้านความบันเทิง มาในราคาต่ำกว่าหมื่นทุกรุ่น พร้อมเปิดตัวร่วมกับหูฟังไร้สาย OPPO Enco Buds มอบเสียงอันทรงพลังแบบไม่สะดุดได้ทุกที่ทุกเวลา

OPPO เปิดตัวสมาร์ทโฟน OPPO A Series 4 รุ่นล่าสุด ได้แก่ OPPO A94, OPPO A74, OPPO A74 5G และ OPPO A54 ให้ “ใช้ชีวิตให้เต็มสปีด” ด้วยเทคโนโลยีที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ด้านความบันเทิง มาในราคาต่ำกว่าหมื่นทุกรุ่น พร้อมเปิดตัวร่วมกับหูฟังไร้สาย OPPO Enco Buds มอบเสียงอันทรงพลังแบบไม่สะดุดได้ทุกที่ทุกเวลา

ออปโป้บุกตลาดสมาร์ทโฟนระดับราคาเริ่มต้น เปิดตัวสมาร์ทโฟน 4 รุ่นล่าสุด จาก OPPO A Series ซีรีส์ที่ตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์ให้ใช้ชีวิตได้เต็มสปีดทุกเอนเตอร์เทนเมนท์ มาพร้อมสโลแกน “ใช้ชีวิตให้เต็มสปีด” มอบประสบการณ์การใช้งานในชีวิตประจำวันได้อย่างลื่นไหลและตอบโจทย์ทุกความสนุก

OPPO A94 “ใช้ชีวิตให้เต็มสปีด” ไปกับเทคโนโลยีชาร์จไว

OPPO A94

ADVERTISEMENThttps://ee20f57cd1877bad5ece551db886a21a.safeframe.googlesyndication.com/safeframe/1-0-38/html/container.html

OPPO A94 สมาร์ทโฟนที่โดดเด่นในเรื่องชาร์จไวแบบเต็มสปีด มาพร้อมสโลแกน “ใช้ชีวิตให้เต็มสปีด” ไปกับเทคโนโลยีชาร์จไว 30W VOOC Flash Charge 4.0 ชาร์จแบตเตอรี่ 100% ภายในเวลาเพียง 56 นาที และชาร์จเพียง 5 นาที  สามารถรับชม YouTube ได้มากถึง 2.9 ชั่วโมง และคุยได้มากถึง 3.2 ชั่วโมง เต็มสปีดด้วย ระบบประมวลผล MediaTek Helio P95, RAM 8GB และ ROM 128GB

OPPO A94

พร้อม AI 4 กล้องหลังความละเอียดสูงสุด 48MP และกล้องหน้าความละเอียด 32MP อัดแน่นด้วยฟีเจอร์มากมาย ไม่ว่าจะเป็น AI Color Portrait ถ่ายภาพนิ่งและวิดีโอสนุกยิ่งขึ้นด้วยการปรับสีฉากหลังเป็นสีขาวดำแบบเรียลไทม์, Dual-View Video บันทึกวิดีโอได้พร้อมกันทั้งกล้องหน้าและหลัง และ Dynamic Bokeh ฟีเจอร์ปรับพื้นหลังให้มีลูกเล่นเคลื่อนไหวแบบไดนามิก

OPPO A94

มาพร้อมดีไซน์บางเบา ฝาหลังโค้ง 3 มิติ และหน้าจอ Punch-hole AMOLED ขนาด 6.43 นิ้ว โดย OPPO A94 มีให้เลือก 2 สี คือ สีม่วง Fantastic Purple และสีดำ Fluid Black วางจำหน่ายแล้ว ในราคา 9,499 บาท

OPPO A74 อีกขั้นของความบันเทิงด้วยหน้าจอที่คมชัด และ OPPO A74 5สมาร์ทโฟน 5รุ่นแรกของ OPPO A Series ในราคาต่ำหมื่น

OPPO A74 ให้คุณเพลิดเพลินไปกับความบันเทิงทุกรูปแบบบนหน้าจอ Punch-hole AMOLED FHD+ ขนาด 6.43 นิ้ว พร้อมใช้งานได้ตลอดวันด้วยแบตเตอรี่ขนาดใหญ่ถึง 5,000 mAh และเทคโนโลยีชาร์จไว 33W Flash Charge อีกทั้งยังพร้อมมอบความสนุกในทุกการถ่ายภาพและวิดีโอด้วย AI 3 กล้องหลัง ความละเอียดสูงสุด 48MP และกล้องหน้าความละเอียด 16MP โดย OPPO A74 มีให้เลือก 2 สี คือ สีน้ำเงิน Midnight Blue และ สีดำ Prism Black วางจำหน่ายแล้วในราคา 7,999 บาท

นอกจากนี้ OPPO เพิ่มตัวเลือกที่มากขึ้นด้วย OPPO A74 5G สมาร์ทโฟน 5G รุ่นแรกของ OPPO A Series เต็มสปีดด้วยชิปเซ็ตอันทรงพลัง Qualcomm Snapdragon 480 5G SoC รองรับการเชื่อมต่อเครือข่าย 5G แบบ Dual-mode ที่รวดเร็ว ลื่นไหล อีกทั้งยังสามารถใช้งานได้ตลอดวัน ด้วยแบตเตอรี่ขนาดใหญ่ถึง 5,000 mAh พร้อมเทคโนโลยีชาร์จไว 18W Fast Charge ชาร์จแบตเตอรี่ 68% ภายใน 60 นาที และสนุกไปกับความบันเทิงได้อย่างเต็มอิ่มด้วยหน้าจอ 90Hz Hyper-color display FHD+ ขนาด 6.49 นิ้ว ให้ภาพที่มีสีสันสมจริง นุ่มนวล และตอบสนองได้อย่างรวดเร็ว พร้อมด้วย AI 4 กล้องหลัง ความละเอียดสูงสุด 48MP และกล้องหน้าความละเอียด 16MP โดย OPPO A74 5G มีให้เลือก 2 สี คือ สีเงิน Space Silver และสีดำ Fluid Black วางจำหน่ายแล้ว ในราคา 8,999 บาท ที่ช่องทางออนไลน์ OPPO Online Official Store บน Shopee, Lazada, JD Central, Thisshop, Online OPPO และทรูช็อปทุกสาขา

OPPO A54 น้องเล็กล่าสุด มอบความสนุกได้ต่อเนื่องตลอดทั้งวัน

OPPO A54 มอบความสนุกและความบันเทิงเพลิดเพลินได้ตลอดทั้งวันด้วยแบตเตอรี่ขนาดใหญ่ถึง 5,000 mAh และเทคโนโลยีชาร์จไว 18W Fast Charge โดยสามารถชาร์จแบตเตอรี่ได้ 70% ภายใน 60 นาที พร้อมมอบพื้นที่จัดเก็บแบบจุใจด้วย ROM 128GB รวมถึงมีดีไซน์บางเบา จับถือได้อย่างถนัดมือ โดย OPPO A54 ให้เลือก 2 สี คือ สีน้ำเงิน Starry Blue และ สีดำ Crystal Black วางจำหน่ายอย่างเป็นทางการในวันที่ 24 เมษายน 2564 ในราคาเพียง 5,699 บาท เท่านั้น!

OPPO Enco Buds หูฟังรุ่นใหม่ล่าสุดตอบโจทย์ด้านเสียงได้ทุกเวลา

นอกจากนี้ OPPO ยังเสริมทัพให้พอร์ตสินค้า IoT มีความแข็งแกร่งมากขึ้น ด้วยหูฟังไร้สายรุ่นใหม่ล่าสุดในราคาเริ่มต้นอย่าง OPPO Enco Buds มอบเสียงอันทรงพลังได้ทุกที่ทุกเวลา มาในสโลแกน “All-Day Music. Nonstop.” พร้อมใช้งานได้อย่างต่อเนื่องถึง 24 ชั่วโมงต่อการชาร์จเพียง 1 ครั้ง มอบเสียงอันทรงพลังพร้อมความหน่วงต่ำด้วยการส่งสัญญาณเสียงผ่านระบบ Binaural Bluetooth ระบบเชื่อมต่อกับหูฟังบลูทูธทั้ง 2 ข้างในครั้งเดียว นอกจากนี้ยังเหมาะสำหรับสายเกมเมอร์ด้วย Low-Latency Game Mode จัดเต็มทุกการแข่งขันแบบไม่มีดีเลย์ พร้อทเต็มอิ่มมากขึ้นด้วยเบสอันทรงพลังระดับ HD และพูดคุยได้อย่างสะดวกสบายคมชัดทุกที่ทุกเวลาด้วยระบบตัดเสียงรบกวนระหว่างการโทรอัจฉริยะ โดยหูฟังไร้สาย OPPO Enco Buds วางจำหน่ายอย่างเป็นทางการเร็วๆ นี้ ในราคาเพียง 999 บาท เท่านั้น !!!

สัมผัสสมาร์ทโฟน OPPO A94 ใช้ชีวิตให้เต็มสปีด ในราคา 9,499 บาท ได้แล้ววันนี้ ที่ OPPO Brand Shop ทุกสาขา และตัวแทนจำหน่ายทั่วประเทศ

พร้อมสมาร์ทโฟน OPPO A Series อีก 3 รุ่นล่าสุด OPPO A74 โดยวางจำหน่ายแล้ววันนี้ ในราคา 7,999 บาท ที่ OPPO Brand Shop ทุกสาขาและตัวแทนจำหน่ายทั่วประเทศ รวมถึง OPPO A74 5G ที่มาในราคา 8,999 บาท สามารถเป็นเจ้าของได้แล้ววันนี้ผ่านช่องทาง OPPO Online Official Store บน Shopee, Lazada, JD Central, Thisshop, Online OPPO และทรูช็อปทุกสาขา

นอกจากนี้ สำหรับสองรุ่นน้องเล็ก OPPO A54 จะวางจำหน่ายอย่างเป็นทางการในวันที่ 24 เมษายนนี้ ในราคา 5,699 บาท และ OPPO Enco Buds จะวางจำหน่ายอย่างเป็นทางการเร็วๆ นี้ ในราคา 999 บาท ที่ OPPO Brand Shop ทุกสาขาและตัวแทนจำหน่ายทั่วประเทศ

ดูข้อมูลผลิตภัณฑ์เพิ่มเติมได้ที่ https://www.oppo.com/th/

ติดตามข่าวสารเพิ่มเติมได้ที่ https://www.facebook.com/oppothai

ขอบคุณข้อมูลจาก https://www.whatphone.net/news/oppo-a94-th-launch/