เริ่มแล้ว “เราเที่ยวด้วยกัน” เฟส 3 เช็กขั้นตอนการลงทะเบียนที่นี่

เริ่มแล้ว “เราเที่ยวด้วยกัน” เฟส 3 เช็กขั้นตอนการลงทะเบียนที่นี่

เริ่มวันนี้ ลงทะเบียนชิงสิทธิ ‘เราเที่ยวด้วยกัน’ เช็กขั้นตอนการลงทะเบียนที่นี่

เปิดให้ลงทะเบียนแล้ว สำหรับโครงการเราเที่ยวด้วยกัน เฟส 3 ผ่านเว็บไซต์ www.เราเที่ยวด้วยกัน.com แล้ววันนี้ โดยจะเปิดให้ลงทะเบียนพร้อมกันทั้งผู้ที่ยังไม่เคยลงทะเบียน และผู้ที่ลงทะเบียน หรือได้ใช้สิทธิแล้วในระยะก่อนหน้านี้ โดยเปิดให้ลงตั้งแต่วันนี้ – 31 ม.ค. 2565

สิทธิพิเศษ ดังนี้

1.สิทธิที่ 1 ส่วนลดค่าที่พัก 40% สูงสุดไม่เกิน 3,000 บาทต่อห้องต่อคืน สูงสุด 15 ห้องหรือ 15 คืน
2.สิทธิที่ 2 รับคูปอง มูลค่าสูงสุด 600 บาทท ต่อห้องต่อคืนทุกวัน ใช้เป็นส่วนลดค่าอาหาร และค่าเข้าสถานที่ท่องเที่ยวที่ร่วมกับโครงการ โดยชำระเพียง 60% ที่เหลือ 40% ตัดจากคูปอง (ได้รับคูปองหลังเช็กอิน)
3.สิทธิที่ 3 คืนค่าตั๋วเครื่องบิน 40% สูงสุดไม่เกิน 3,000 บาท ต่อผู้โดยสารจำกัดห้องพักละ 2 คน ตามจำนวนห้องพักที่จองผ่านโครงการ

งั้นตอนการลงทะเบียน

1.ลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการผ่าน www.เราเที่ยวด้วยกัน.com เบอร์ลงทะเบียนที่ใช้รับสิทธิ ต้องเป็นเบอร์เดียวกับที่ลงทะเบียนแอปฯ เป๋าตัง
2. ได้รับ sms แจ้งผลการลงทะเบียนสำเร็จ


3.ดาวน์โหลด + ติดตั้ง และยืนยันตัวตนบน App เป๋าตัง ซึ่งเป็น App หลักในการใช้จ่าย
4.จองห้องพักกับโรงแรม พร้อมชำระเงินส่วนประชาชน (ร้อยละ 60) ผ่านเว็บไซต์ของโรงแรมหรือโทรสำรองห้องพักกับเจ้าหน้าที่โรงแรม


5.ได้รับ voucher สำหรับ check-in โรงแรม
6.จองตั๋วเครื่องบินตามช่องทางปกติ และชำระเงินเต็มจำนวน (กรณีเดินทางโดยเครื่องบิน)


7.Check-in เข้าพักตามวันที่กำหนด (ในระหว่างการเข้าพักจะได้รับคูปองอาหาร/ท่องเที่ยวเป็นรายวันสำหรับใช้จ่ายในร้านอาหาร/สถานที่ท่องเที่ยวที่ร่วมโครงการ)
8.Check-out


9.เข้าเว็บไซต์ www.เราเที่ยวด้วยกัน.com เพื่อกรอกข้อมูลสำหรับใช้สิทธิค่าตั๋วเครื่องบิน (กรณีเดินทางโดยเครื่องบิน)
10.ได้รับเงินคืนค่าตั๋วเครื่องบินตามเงื่อนไข (กรณีเดินทางโดยเครื่องบิน ลงทะเบียนใช้สิทธิ และปฏิบัติตามเงื่อนไขของโครงการ)


ขอบคุณ – matichon

AIS จับมือ SCB ลงนามสัญญาร่วมทุนจัดตั้งบริษัท AISCB เพื่อให้บริการทางการเงิน

AIS จับมือ SCB ลงนามสัญญาร่วมทุนจัดตั้งบริษัท AISCB เพื่อให้บริการทางการเงิน

AIS และ SCB จับมือให้บริการทางการเงินดิจิทัล เพิ่มโอกาสให้คนไทยเข้าถึงบริการทางการเงิน โดยเอไอเอสและธนาคารไทยพาณิชย์ประกาศบรรลุข้อตกลงและลงนามในสัญญาร่วมทุนในการจัดตั้งบริษัทชื่อ เอไอเอสซีบี (AISCB) เพื่อให้บริการด้านการเงินดิจิทัล

การบริการด้านการเงินดิจิทัล อาทิ การบริการด้านสินเชื่อก่อนขยายสู่บริการทางการเงินอื่นๆ ต่อไป ถือเป็นก้าวสำคัญในการผนึกกำลังสร้างฐานธุรกิจแห่งการเติบโตรูปแบบใหม่ บริษัทร่วมทุนดังกล่าวนำเอาจุดเด่นของทั้งสองฝ่าย คือความแข็งแกร่งด้านเทคโนโลยีดิจิทัล เครือข่ายที่ครอบคลุมประเทศ นวัตกรรมล้ำสมัย ศักยภาพในการให้บริการลูกค้าของ AIS ผสานเข้ากับความน่าเชื่อถือ ประสบการณ์และความเชี่ยวชาญในการให้บริการทางการเงินของธนาคารไทยพาณิชย์ เพื่อมุ่งสร้างการบริการทางการเงินให้กับคนไทยได้มากขึ้น

ความร่วมมือระหว่าง AIS และ SCB ครั้งนี้ถือเป็นครั้งแรกของไทยที่บริษัทชั้นนำของทั้งสองอุตสาหกรรมหลักของประเทศได้แก่ Telco และสถาบันการเงิน ร่วมทุนเพื่อพัฒนาผลิตภัณฑ์ทางการเงินที่สามารถตอบโจทย์คนในวงกว้าง

โดยมีเทคโนโลยีดิจิทัลเป็นตัวขับเคลื่อนสำคัญ ความร่วมมือนี้จะเป็นส่วนสำคัญที่ขับเคลื่อนเศรษฐกิจดิจิทัลของประเทศท่ามกลางความท้าทายในปัจจุบันไปได้

aiscb
ที่มา – Droidsans , brandinside

Pokémon UNITE เปิดให้เล่นฟรีบน Android และ iOS วันนี้

Pokémon UNITE เปิดให้เล่นฟรีบน Android และ iOS วันนี้

Pokemon Unite เกมแนวโมบากระแสแรงจาก The Pokemon Company ปล่อยให้เล่นบน Nintendo Switch อย่างเป็นทางการมาตั้งแต่วันที่ 21 กรกฎาคม 2564 ล่าสุดถึงคิวของ Android และ iOS แล้ว โดยจะเปิดให้เล่นพร้อมกันในวันที่ 22 กันยายน 2564 เวลา 14.00 น. พร้อมอัปเดตหลายอย่าง ทั้งโปเกมอนใหม่ ไอเท็มใหม่ กิจกรรมใหม่ รวมถึงของรางวัลจากการที่มียอดลงทะเบียนครบกำหนด (ทะลุกำหนดไปไกล) ตามที่บริษัทฯ เคยสัญญาไว้ด้วย

POKEMON UNITE อัปเดตใหม่ มีอะไรบ้าง ?

  • รองรับการเล่นข้ามแพลตฟอร์มระหว่าง Nintendo Switch, Android และ iOS เต็มรูปแบบ
  • แจก Super Item Enhancer สำหรับอัปเกรด Held Item รวดเดียวเป็นเลเวล 30 ได้ทันทีให้แก่ผู้ร่วมกิจกรรมในเกม
  • ปรับ Item Enhancer ให้หาได้ง่ายขึ้น (ยังไม่เปิดเผยรายละเอียด แต่อาจเป็นการเพิ่มรางวัลจากภารกิจประจำวันหรืออื่น ๆ)
  • เพิ่ม Held Item ใหม่
  • เพิ่ม Unite Squad รองรับผู้เล่นสูงสุด 30 คน และมีห้องแชตให้คุยกันได้สะดวกภายในทีม (เหมือนระบบกิลด์นั่นแหละ)
  • เพิ่ม Battle Pass ซีซัน 2 มีชุดเทรนเนอร์ สกินโปเกมอน และกรอบโปรไฟล์ใหม่
  • นำโหมด Spectator Mode สำหรับชมการแข่งขันของผู้เล่นคนอื่นแบบเรียลไทม์กลับมาอีกครั้ง
  • รองรับภาษาใหม่ ๆ (จะมีภาษาไทยมั้ยนะ…ตื่นเต้นจัง)
  • ส่วนอื่น ๆ ที่เหลือจะเป็นการปรับปรุงสมดุลของโปเกมอนในเกมกับบอสประจำด่าน และแก้ไขบั๊กต่าง ๆ

ตอนนี้มีสกินของ Gengar ที่เปิดเผยออกมาแล้ว เป็นชุด Galactic Ghost 094 ในธีมอวกาศ ซึ่งน่าจะเป็นของรางวัลขั้นสุดท้ายของ Battle Pass ซีซัน 2 นี้ครับ และคงต้องเติมเงินเพื่อปลดล็อกเหมือนเดิม ส่วนสกินของโปเกมอนตัวอื่น ๆ จะอยู่ในตู้กาชาปองและร้านค้าปกติ


ดีไซน์ของชุดกับสกินนี่เอามาจาก Moon Ball ชัด ๆ ฮ่า ๆ

ผู้เล่น POKEMON UNITE ฝั่งมือถือจะได้รับ ZERAORA ไหม ?

หนึ่งในเรื่องที่คนสงสัยกันเยอะที่สุดเกี่ยวกับโปเกมอนมายาประเภทไฟฟ้า Zeraora ที่เคยแจกให้ผู้เล่นฝั่ง Nintendo Switch แบบจำกัดเวลาและหมดเขตไปแล้วนั้น ผู้เล่นฝั่งมือถือก็สามารถรับได้นะ แต่จะมีเงื่อนไขคือ เอาชนะการแข่งขันครบ 32 แมตช์ ถ้ามีเวลาว่างเยอะหน่อย ใช้เวลา 2 วันก็ปลดล็อกได้แล้ว ทั้งนี้มีวิธีลัดที่อยากแนะนำคือ ให้ไปเล่นกับ CPU เกมจะได้จบไว ๆ เพราะถ้าแต้มห่างเมื่อไหร่ CPU จะยอมแพ้โดยอัตโนมัติ ช่วยประหยัดเวลาได้รอบละ 1 – 3 นาที


Zeraora เป็นโปเกมอนสาย Speedster ที่ใช้งานได้ดีในการเล่นระดับเริ่มต้น เพราะสร้างแดเมจได้รุนแรง

เกี่ยวกับ Zeraora เพิ่มเติมอีกเล็กน้อย ในส่วนนี้ผู้เล่นฝั่ง Nintendo Swtich จะค่อนข้างได้เปรียบ เพราะอ้างอิงตามระบบเกมตามปกติ ถ้ามีโปเกมอนซ้ำกันจะได้ Aeos Coin คืนเต็มจำนวน ทำให้เหมือนได้ Aeos Coin ไปฟรี ๆ อีก 8,000 เหรียญ ซึ่งเยอะมาก ~ เอาไปซื้อตัวอื่นที่ชอบได้อีก 1 ตัวเลย แต่ต้องรอดูอีกว่า Tencent จะมีการปรับเงื่อนไขเฉพาะเคสนี้เพื่อไม่ให้เกิดความเหลื่อมล้ำหรือไม่

ยอดลงทะเบียนทะลุ 9 ล้านคน ของรางวัลเพียบ !

จากตอนแรกที่ Tencent ตั้งเป้ายอดลงทะเบียน Pokemon Unite บนแพลตฟอร์มมือถือเอาไว้ที่ 5 ล้านคน ปรากฏว่า…กระแสดีเกินคาด ตอนนี้เกิน 9 ล้านคนเข้าไปแล้ว เลยมีการแจกของรางวัลเพิ่มเข้าไปอีก ทั้งหมดมีดังนี้

  • ไลเซนส์ Pikachu (ถ้ามีอยู่แล้วจะได้เป็น Aeos Coin คืนจำนวน 6,000 เหรียญ)
  • สกิน Pikachu ลาย Festival
  • Aeos Ticket จำนวน 2,000 ใบ (แบ่งเป็น 2,000 ใบ จากยอดลงทะเบียนครบ 1 ล้านคน และ 1,000 ใบ จากยอดลงทะเบียนครบ 7.5 ล้านคน)


ใครที่มี Pikachu อยู่แล้วจะได้คืนเป็น Aeos Coin แทนนะ

นอกจากนี้ ผู้พัฒนาเกมยังบอกอีกด้วยว่า ในอนาคตจะมีอีเวนต์ตามเทศกาลออกมาให้เล่นกันเรื่อย ๆ รวมถึงโหมดใหม่ที่ไม่คำนึงถึงเลเวลของ Held Item หรือก็คือวัดกันที่ฝีมือล้วน ๆ นั่นเองครับ

ขอบคุณ – Droidsans

อัปเดตกันหรือยัง ? “iOS 15” มีอะไรใหม่บ้าง ไปดูกัน !

อัปเดตกันหรือยัง ? “iOS 15” มีอะไรใหม่บ้าง ไปดูกัน !

iOS 15 เปิดตัววิธีใหม่ๆ ที่จะช่วยให้ต่อติดกับทุกเรื่อง พร้อมด้วยการอัปเดตอันทรงพลังที่จะช่วยผู้ใช้โฟกัสและสำรวจ รวมถึงคุณสมบัติอันชาญฉลาดที่จะช่วยให้ทำสิ่งต่างๆ ได้มากขึ้นด้วย iPhone นอกจากนี้ยังมีการอัปเดต FaceTime เพื่อวิดีโอคอลที่เป็นธรรมชาติยิ่งขึ้น, “โฟกัส” ที่จะช่วยลดการรบกวน, คุณสมบัติใหม่อย่าง “ข้อความในรูปภาพ” หรือ Live Text ซึ่งใช้ระบบอัจฉริยะบนอุปกรณ์เพื่อดึงข้อมูลที่เป็นประโยชน์ออกมาแสดง, การอัปเกรดแอปแผนที่เพื่อเพิ่มวิธีใหม่ๆ ในการท่องโลก และอีกมากมาย iOS 15 พร้อมให้ใช้งานแล้ววันนี้ในรูปแบบของการอัปเดตซอฟต์แวร์ฟรี

ยกระดับการโทร FaceTime ให้เป็นธรรมชาติยิ่งขึ้น

FaceTime มีความสำคัญมากยิ่งกว่าที่เคย เพราะช่วยให้ผู้ใช้ติดต่อกับคนสำคัญได้ง่าย จึงมีการอัปเดตระบบเสียงและวิดีโอของ FaceTime ครั้งใหญ่เพื่อให้การโทรรู้สึกเป็นธรรมชาติและสมจริงยิ่งขึ้น โดยมีการใช้ระบบเสียงตามตำแหน่งเพื่อให้เสียงพูดขณะโทร FaceTime แบบกลุ่มฟังเหมือนกับว่าทิศทางของเสียงมาจากตำแหน่งที่ผู้พูดอยู่บนหน้าจอจริงๆ และยังมีโหมดแยกเสียง

ซึ่งเป็นโหมดใหม่ของไมโครโฟน ที่ใช้การเรียนรู้ของระบบเพื่อขจัดเสียงรบกวนรอบข้างและเน้นเสียงของผู้ใช้เป็นหลัก ในขณะที่โหมดสเปกตรัมกว้างจะปล่อยให้ทุกเสียงรอบข้างผ่านเข้ามาได้ และยังมีโหมดภาพถ่ายบุคคลใน FaceTime ซึ่งได้แรงบันดาลใจจากภาพถ่ายบุคคลสวยๆ ที่ถ่ายด้วย iPhone โดยที่โหมดนี้จะเบลอฉากหลังและโฟกัสที่ผู้ใช้

นอกจากนี้ยังสามารถใช้โหมดแยกเสียง สเปกตรัมกว้าง และภาพถ่ายบุคคลกับแอปของบริษัทอื่นอย่าง Webex, Zoom และ WhatsApp ได้ด้วย ส่วนการโทร FaceTime แบบกลุ่มก็มีตัวเลือกใหม่สำหรับแสดงผู้เข้าร่วมเป็นช่องสี่เหลี่ยมขนาดเท่ากันในแบบตาราง

apple_ios15-avail_facetime_09

การโทร FaceTime ไม่ได้จำกัดแค่อุปกรณ์ Apple อีกต่อไป แต่ยังรวมไปถึงผู้ใช้อุปกรณ์ Android หรือ Windows ที่สามารถเข้าร่วมจากเว็บเบราว์เซอร์ของตัวเองได้แล้ว และที่สำคัญคือการโทร FaceTime บนเว็บยังคงได้รับการเข้ารหัสตั้งแต่ต้นทางถึงปลายทางเช่นเดิม จึงมั่นใจได้ในเรื่องความเป็นส่วนตัว หากต้องการเริ่มการโทรก็ทำได้ง่ายๆ โดยให้ผู้ใช้ iPhone, iPad และ Mac สร้างลิงก์ FaceTime แล้วแชร์ผ่านแอปข้อความ ปฏิทิน เมล หรือแอปของบริษัทอื่น เพียงเท่านี้การติดต่อกับเพื่อนๆ และครอบครัวก็ง่ายยิ่งกว่าที่เคย

SharePlay ซึ่งจะพร้อมใช้งานภายในปีนี้ คือวิธีใหม่ที่จะช่วยให้ผู้ใช้แชร์ประสบการณ์ร่วมกับเพื่อนๆ และครอบครัวขณะโทร FaceTime ได้ อย่างการฟังเพลงด้วยกัน ดูรายการทีวีหรือภาพยนตร์ด้วยกัน ออกกำลังกายด้วยกัน หรือแชร์หน้าจอเพื่อดูแอปต่างๆ โดยที่ SharePlay จะใช้งานได้กับแอปอย่าง Apple Music, Apple TV+ และ Apple Fitness+ รวมถึง Disney+, ESPN+, HBO Max, Hulu, MasterClass, Paramount+, Pluto TV, SoundCloud, TikTok, Twitch และอีกหลายแอป SharePlay สามารถใช้งานผ่าน iPhone, iPad และ Mac อีกทั้งยังมีปุ่มควบคุมการเล่นแบบแชร์ที่ให้ใครก็ได้ในเซสชั่น SharePlay นั้นกดเล่น หยุด หรือข้ามไปข้างหน้าได้ ยิ่งกว่านั้น SharePlay ยังใช้งานบน Apple TV ได้ด้วย ผู้ใช้จึงสามารถดูรายการทีวีหรือภาพยนตร์บนจอใหญ่ได้

อีกหลายวิธีในการต่อติดกับทุกเรื่องด้วยแอปข้อความ


“แชร์กับคุณ” ซึ่งเป็นส่วนใหม่ที่จะปรากฏในแอปรูปภาพ, Safari, Apple News, เพลง, Apple Podcasts และ Apple TV จะแสดงรูปภาพ บทความ และคอนเทนต์อื่นๆ ที่เพื่อนและครอบครัวแชร์มาทางแอปข้อความ โดยที่ “แชร์กับคุณ” จะแสดงรูปภาพที่แชร์มาในแอปรูปภาพ, แสดงบทความใหม่ๆ ใน Apple News และแสดงคอนเทนต์อื่นๆ ในแอปสำหรับคอนเทนต์นั้นโดยอัตโนมัติ และ “แชร์กับคุณ” ยังแสดงด้วยว่าใครเป็นผู้ส่งคอนเทนต์นั้น ซึ่งช่วยให้ผู้ใช้เปิดดูข้อความที่เกี่ยวข้องแล้วกลับไปคุยเรื่องเดิมต่อได้ง่าย

Memoji ใน iOS 15 ให้ผู้ใช้บ่งบอกความเป็นตัวเองในรูปแบบใหม่ๆ ด้วยอุปกรณ์สวมศีรษะหลากสีสัน แว่นตาที่มีให้เลือกเพิ่มหลายแบบ และตัวเลือกใหม่สำหรับการช่วยการเข้าถึง อย่างประสาทหูเทียม สายออกซิเจน และหมวกนิรภัยแบบบุนุ่ม อีกทั้งยังสามารถปรับแต่งสติกเกอร์ Memoji ด้วยเครื่องแต่งกายมากกว่า 40 แบบ และมีสติกเกอร์ท่าทางใหม่ๆ อีก 9 แบบ อย่างการชูนิ้วหัวแม่มือและนิ้วก้อย โบกมือ และจังหวะปิ๊งไอเดีย

apple_ios15-avail_messages-ph

เครื่องมืออันทรงพลังที่จะช่วยโฟกัสความสนใจ

iOS 15 มาพร้อมคุณสมบัติ “โฟกัส” ซึ่งเป็นวิธีใหม่ที่จะช่วยลดการรบกวนโดยรองการแจ้งเตือนตามสิ่งที่ผู้ใช้ต้องการโฟกัสในขณะนั้น เช่น ผู้ใช้สามารถตั้งโฟกัส “เวลางาน” ในช่วงเวลางานเพื่อรับการแจ้งเตือนเฉพาะที่มาจากเพื่อนร่วมงานและแอปที่ใช้สำหรับการทำงานเท่านั้น แล้วตั้งโฟกัส “เวลาส่วนบุคคล” ในช่วงที่อยากพักและใช้เวลากับเพื่อนๆ หรือครอบครัว หรือตั้งโฟกัส “เวลาเล่นฟิตเนส” เพื่อช่วยให้ผู้ใช้จดจ่ออยู่กับการออกกำลังกายจนเสร็จ โดยที่ผู้ใช้สามารถสร้างโฟกัสของตัวเอง หรือเลือกจากโฟกัสที่มีให้ ซึ่งใช้ระบบอัจฉริยะบนอุปกรณ์เพื่อแนะนำว่าควรอนุญาตการแจ้งเตือนจากใครและจากแอปใดบ้าง และถ้าอยากโฟกัสยิ่งกว่าเดิม ก็สามารถทำได้โดยการสร้างหน้าจอโฮมแบบเฉพาะที่มีเพียงแอปและวิดเจ็ตที่เกี่ยวข้องกับโฟกัสนั้น

นอกจากนี้ในขณะใช้งานโฟกัสก็จะมีการแสดงสถานะให้ผู้ติดต่อเห็นโดยอัตโนมัติในแอปข้อความและแอปสื่อสารของบริษัทอื่นที่รองรับอย่าง Slack เพื่อให้คนอื่นรู้ว่าไม่ควรรบกวน เท่านั้นยังไม่พอ เพราะผู้ใช้จะได้รับคำแนะนำให้เปิดโฟกัสตามปัจจัยต่างๆ อย่างช่วงเวลาของวันหรือสถานที่ และเมื่อตั้งค่าโฟกัสในอุปกรณ์ Apple เครื่องหนึ่งแล้ว ก็จะมีผลกับอุปกรณ์ Apple อื่นๆ ของผู้ใช้โดยอัตโนมัติ

การแจ้งเตือนโฉมใหม่

การแจ้งเตือนได้รับการออกแบบใหม่โดยการเพิ่มรูปของผู้ติดต่อในกรณีที่มาจากบุคคลและมีไอคอนที่ใหญ่ขึ้นในกรณีที่มาจากแอป ซึ่งทั้งหมดนี้ช่วยให้ผู้ใช้ระบุได้ง่ายขึ้นว่าเป็นการแจ้งเตือนอะไร และมีสรุปการแจ้งเตือน ซึ่งจะรวมการแจ้งเตือนเป็นคอลเลกชั่นที่มีประโยชน์แล้วส่งให้ทุกวันตามเวลาที่ผู้ใช้กำหนดไว้ โดยที่สรุปการแจ้งเตือนจะใช้ระบบอัจฉริยะบนอุปกรณ์เพื่อจัดเรียงการแจ้งเตือนตามลำดับความสำคัญ และแสดงการแจ้งเตือนที่ผู้ใช้น่าจะสนใจที่สุดไว้บนสุด อ้างอิงตามการโต้ตอบระหว่างผู้ใช้กับแอปต่างๆ ส่วนการแจ้งเตือน ข้อความ และสายเรียกเข้าที่สำคัญต่อเวลาจะแสดงในทันที เพื่อให้ผู้ใช้ไม่พลาดการแจ้งเตือนที่ควรได้รับในเวลานั้น และถ้าอยากปิดเสียงแอปหรือประเด็นการสนทนาใดเป็นการชั่วคราว ไม่ว่าจะเพียงหนึ่งชั่วโมงหรือตลอดวัน ก็ทำได้ง่ายๆ

apple_ios15-avail_notificatio

ระบบอัจฉริยะบนอุปกรณ์คือขุมพลังเบื้องหลังคุณสมบัติ “ข้อความในรูปภาพ”, การค้นหาขั้นสูงด้วย Spotlight และ “ความทรงจำ”

สมบัติ “ข้อความในรูปภาพ” ช่วยให้ผู้ใช้โต้ตอบกับข้อความในรูปภาพได้ คุณสมบัติ “ข้อความในรูปภาพ” หรือ Live Text ใช้ระบบอัจฉริยะบนอุปกรณ์เพื่ออ่านข้อความในรูปภาพทั่วทั้งระบบ รวมถึงบนเว็บ และช่วยให้ผู้ใช้ทำสิ่งต่างๆ อย่างการคัดลอกและวาง ค้นข้อมูล หรือแปลได้ โดยที่ผู้ใช้สามารถแตะภาพหมายเลขโทรศัพท์เพื่อโทรติดต่อ หรือแตะภาพของที่อยู่เว็บเพื่อเปิดใน Safari ได้

ยิ่งกว่านั้นยังมี Neural Engine อันทรงพลังที่ทำให้แอปกล้องสามารถตรวจหาและคัดลอกข้อความได้อย่างรวดเร็วขณะใช้งานอยู่ เช่น รหัสผ่าน Wi-Fi ที่แสดงอยู่ในร้านกาแฟ และยังมีคุณสมบัติ “ค้นดูจากภาพ” ที่ให้ผู้ใช้ดูข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับงานศิลปะยอดนิยม สถานที่สำคัญ หนังสือ พืชและดอกไม้ที่พบตามธรรมชาติ และพันธุ์ของสัตว์เลี้ยงได้ Spotlight ให้คุณค้นหาได้ทุกอย่างบน iPhone โดยที่ตอนนี้สามารถเรียกใช้ได้โดยตรงจากหน้าจอล็อค และยังสามารถค้นหารูปภาพตามสถานที่ ผู้คน สภาพแวดล้อม หรือวัตถุได้ด้วย และ Spotlight ก็สามารถหาข้อความและลายมือในรูปภาพได้เช่นกันโดยใช้คุณสมบัติ “ข้อความในรูปภาพ” iOS 15 มาพร้อมการอัปเดตครั้งใหญ่ที่สุดสำหรับคุณสมบัติ “ความทรงจำ” ทั้งหน้าตาที่สดใหม่ อินเทอร์เฟซแบบอินเทอร์แอ็คทีฟ และการทำงานร่วมกับ Apple Music ซึ่งใช้ระบบอัจฉริยะบนอุปกรณ์เพื่อแนะนำเพลง รวมถึงความทรงจำใหม่ในแบบภาพยนตร์ที่ช่วยให้ย้อนดูช่วงเวลาประทับใจหรือช่วงเวลาที่อาจลืมไปแล้วได้ง่ายขึ้น  

apple_ios15-avail_live-text_0

ประสบการณ์ใหม่ในการท่องเว็บด้วย Safari

Safari พร้อมมอบประสบการณ์การท่องเว็บที่ออกแบบขึ้นใหม่เพื่อให้ผู้ใช้เอื้อมถึงส่วนควบคุมต่างๆ ได้ง่ายขึ้น เริ่มจากรายการแถบแบบใหม่ที่จะแสดงอยู่ด้านล่างของหน้าจอเป็นค่าเริ่มต้น เพื่อให้ผู้ใช้สามารถสลับไปมาระหว่างแต่ละแถบได้ง่ายด้วยมือเดียว และยังมี “กลุ่มแถบ” หรือ Tab Groups ที่ให้ผู้ใช้จัดระเบียบแถบต่างๆ และเข้าถึงได้ง่ายทุกเมื่อไม่ว่าจะอยู่บน iPhone, iPad หรือ Mac พร้อมด้วยหน้าเริ่มต้นที่ปรับแต่งได้ และส่วนขยายบน iOS ที่ทำให้ Safari ทรงพลังและตอบโจทย์ของผู้ใช้ได้ดียิ่งขึ้น

apple_ios15-avail_safari_0920

นำทางและสำรวจโลกด้วย Apple Maps

แอปแผนที่ใน iOS 15 มาพร้อมวิธีใหม่เอี่ยมในการสำรวจโลก อย่างแผนที่ที่สวยงามน่าทึ่ง ซึ่งจะแสดงรายละเอียดในระดับที่ไม่เคยเห็นมาก่อนสำหรับย่านต่างๆ ย่านการค้า อาคาร รวมถึงสถานที่สำคัญที่ออกแบบมาโดยเฉพาะ รวมถึงโหมดกลางคืนใหม่ที่มีแสงจันทร์ส่องสว่าง ส่วนการนำทางนั้นมีมุมมองใหม่ขณะขับขี่แบบ 3 มิติ พร้อมด้วยรายละเอียดบนถนนที่จะช่วยให้ผู้ใช้สังเกตเห็นเลนเลี้ยว เกาะกลาง ทางม้าลาย และทางเท้าได้ง่ายขึ้น แผนที่ที่ปรับปรุงใหม่นี้จะมีให้ใช้งานในลอสแอนเจลิส นิวยอร์ก และซานฟรานซิสโก และจะมีเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ

อีกทั้งยังมีลูกโลกอินเทอร์แอ็คทีฟที่ออกแบบมาอย่างสวยงามให้แสดงรายละเอียดได้อย่างสมจริง ทั้งเทือกเขา ทะเลทราย ป่าดงดิบ และผืนน้ำ  ผู้ใช้ระบบขนส่งสามารถแตะครั้งเดียวเพื่อดูรถที่กำลังจะออกจากสถานีหรือป้ายใกล้ๆ

ทั้งหมด พร้อมกับปักหมุดสายที่ใช้บริการบ่อยได้ นอกจากนี้แอปแผนที่จะติดตามผู้ใช้ไปด้วยโดยอัตโนมัติตลอดเส้นทางขนส่งสาธารณะที่เลือกไว้ พร้อมกับแจ้งเตือนผู้ใช้เมื่อใกล้ถีงเวลาที่ต้องลงจากรถ และผู้ใช้ยังสามารถติดตามดูบน Apple Watch ได้อีกด้วย และเพียงแค่หยิบ iPhone ขึ้นมาถือไว้ ผู้ใช้ก็สามารถดูเส้นทางการเดินอย่างละเอียดในรูปแบบความจริงเสริมได้ 

apple_ios15-avail_maps-3d_092

แอปกระเป๋าสตางค์ของ Apple รองรับกุญแจใหม่ๆ และบัตรประจำตัวของรัฐ

ใน iOS 15 ผู้ใช้สามารถเข้าสถานที่ต่างๆ ได้มากยิ่งขึ้นโดยการแตะ iPhone เพียงครั้งเดียว เพราะมีทั้งกุญแจสำหรับบ้าน ห้องโรงแรม สำนักงาน และรถ ซึ่งทั้งหมดรวมอยู่ในแอปกระเป๋าสตางค์ ส่วนกุญแจรถดิจิทัลก็ดียิ่งกว่าเดิมด้วยการรองรับเทคโนโลยีอัลตร้าไวด์แบนด์

ซึ่งช่วยให้ผู้ใช้สามารถล็อค เปิดล็อค และสตาร์ทรถรุ่นที่รองรับได้อย่างปลอดภัยโดยไม่ต้องหยิบ iPhone ออกจากกระเป๋าเลย3 อีกทั้งยังสามารถใช้ iPhone เพื่อเปิดล็อคประตูบ้าน ที่ทำงาน หรือแม้แต่ห้องโรงแรมของผู้ใช้ได้อีกด้วยโดยใช้เพียงกุญแจที่เก็บไว้ในแอปกระเป๋าสตางค์4 นอกจากนี้ผู้ใช้ยังสามารถเพิ่มบัตรประจำตัวและใบขับขี่ของรัฐที่เข้าร่วมไว้ในแอปกระเป๋าสตางค์บน iPhone ได้เมื่อรัฐที่ผู้ใช้อาศัยอยู่รองรับตัวเลือกนี้ในอนาคต

apple_ios15-avail_homekey_092

สัมผัสประสบการณ์ใหม่กับแอปสภาพอากาศ

แอปสภาพอากาศมาพร้อมดีไซน์ใหม่เอี่ยมที่มีทั้งแผนที่แบบเต็มหน้าจอ การแสดงข้อมูลสภาพอากาศแบบกราฟิก และเลย์เอาท์ที่จะปรับเปลี่ยนไปตามสภาพอากาศ ส่วนแอนิเมชั่นที่สวยงามในฉากหลังก็จะแสดงสอดคล้องกับตำแหน่งของดวงอาทิตย์ ลักษณะเมฆ และปริมาณฝนตกอย่างแม่นยำยิ่งขึ้น และยังมีการแจ้งเตือนด้วยเมื่อฝนหรือหิมะกำลังจะตกหรือหยุดตก  

apple_ios15-avail_weather_092

จัดระเบียบและทำงานร่วมกันในแอปโน้ต

แอปโน้ตเพิ่มแท็กที่ผู้ใช้สร้างเองได้ ซึ่งจะช่วยให้จัดประเภทโน้ตได้ง่ายและรวดเร็ว และสมาชิกของโน้ตที่แชร์ไว้สามารถใช้การพูดถึงเพื่อแจ้งให้อีกคนทราบเกี่ยวกับการอัปเดตที่สำคัญได้ และยังมีมุมมอง “กิจกรรม” แบบใหม่หมดที่จะแสดงประวัติการแก้ไขล่าสุดของโน้ตที่แชร์อยู่ รวมถึง “ไฮไลท์” ที่จะแสดงรายละเอียดว่าใครแก้ไขอะไรบ้าง นอกจากนี้ผู้ใช้ยังสามารถเปิดดูและแก้ไขโน้ตด่วนที่สร้างบน Mac และ iPad ในแอปโน้ตได้ด้วย

apple_ios15-avail_memo_092020

ควบคุมความเป็นส่วนตัวได้ดียิ่งขึ้น

คุณสมบัติใหม่ๆ ด้านความเป็นส่วนตัวช่วยเพิ่มความโปร่งใสและสามารถควบคุมข้อมูลที่ผู้ใช้ให้กับแอปต่างๆ ได้ดียิ่งขึ้น และยังมีคุณสมบัติ “การปกป้องความเป็นส่วนตัวของเมล” ที่ช่วยป้องกันไม่ให้ผู้ส่งทราบว่าอีเมลนั้นถูกเปิดอ่านแล้วหรือไม่ พร้อมกับซ่อนที่อยู่ IP เพื่อไม่ให้ผู้ส่งรู้ตำแหน่งของผู้ใช้ หรือใช้ที่อยู่ IP นั้นเพื่อสร้างโปรไฟล์เกี่ยวกับตัวผู้ใช้ ส่วน Siri ก็ช่วยปกป้องความเป็นส่วนตัวของผู้ใช้ได้ดียิ่งขึ้นด้วยการรู้จำเสียงพูดบนอุปกรณ์

โดยที่เสียงคำขอทั้งหมดจะได้รับการประมวลผลบนอุปกรณ์เป็นค่าเริ่มต้น ซึ่งทั้งหมดนี้ช่วยให้ปรับแต่งการทำงานให้เหมาะกับผู้ใช้ได้มากขึ้น รวมถึงสามารถส่งคำขอแบบออฟไลน์ และยังทำงานเร็วขึ้นด้วย

apple_ios15-avail_icloudplus_

อีกหลายคุณสมบัติที่น่าสนใจ

  • Siri เพิ่มคุณสมบัติ “การอ่านการแจ้งเตือน” บน AirPods ทำให้ผู้ใช้สามารถแชร์สิ่งที่อยู่บนหน้าจอได้เพียงแค่บอก Siri และวันนี้ยังสามารถเปิดใช้งาน Siri ในอุปกรณ์เสริม HomeKit ของบริษัทอื่นได้ด้วย ผู้ใช้ HomePod และ HomePod mini จึงสามารถบอกให้ Siri ทำสิ่งต่างๆ จากอุปกรณ์อื่นในบ้านได้มากขึ้นอย่างปลอดภัยและง่ายดาย ไม่ว่าจะส่งข้อความ ตั้งรายการเตือนความจำ หรือประกาศข้อความผ่านอินเตอร์คอมให้ครอบครัวไ้ด้ยิน7
  • iCloud+ มีครบทุกอย่างที่ผู้ใช้ชื่นชอบเกี่ยวกับ iCloud เสริมด้วยคุณสมบัติระดับพรีเมียมใหม่ๆ เช่น “ซ่อนอีเมลของฉัน”, การรองรับ “วิดีโอ HomeKit เพื่อความปลอดภัย” ที่ครอบคลุมยิ่งขึ้น 8 นอกจากนี้สมาชิกพื้นที่จัดเก็บข้อมูลบน iCloud ปัจจุบันก็จะได้รับการอัปเกรดเป็น iCloud+ อัตโนมัติโดยไม่มีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม และผู้ใช้สามารถแชร์แผนบริการ iCloud+ ทุกแบบกับสมาชิกกลุ่มการแชร์กันในครอบครัวได้ เพื่อให้ทุกคนได้เพลิดเพลินกับคุณสมบัติใหม่ๆ พื้นที่จัดเก็บข้อมูล และประสบการณ์การใช้งานอันเหนือชั้นที่มาพร้อมกับบริการนี้
  • แอปสุขภาพมีแถบการแชร์ใหม่ที่ให้ผู้ใช้แชร์ข้อมูลสุขภาพกับครอบครัว ผู้ดูแล หรือทีมผู้ดูแล พร้อมด้วยการวิเคราะห์แนวโน้มที่ช่วยให้ผู้ใช้มองเห็นการเปลี่ยนแปลงที่เกิดกับค่าสุขภาพส่วนตัวต่างๆ อย่างมีความหมายและมุ่งเน้นพัฒนาในด้านนั้นได้ และยังมี “ความมั่นคงในการเดิน” ซึ่งเป็นค่าการวัดใหม่ที่จะส่งเสริมให้ผู้คนหันมาตั้งใจจัดการกับความเสี่ยงในการล้มอย่างจริงจัง ยิ่งกว่านั้นผู้ใช้ยังสามารถจัดเก็บข้อมูลการฉีดวัคซีน COVID-19 หรือผลการทดสอบที่ตรวจสอบได้ลงในแอปสุขภาพ แล้วเรียกใช้เมื่อไหร่ก็ได้ง่ายๆ
  • แอปแปลภาษาเพิ่มคุณสมบัติ “แปลภาษาโดยอัตโนมัติ” ใหม่ที่จะตรวจจับโดยอัตโนมัติเมื่อผู้ใช้เริ่มพูด แล้วแปลคำพูดนั้นโดยไม่ต้องแตะปุ่มไมโครโฟน ซึ่งจะช่วยให้การสนทนาต่างภาษามีความลื่นไหลเป็นธรรมชาติมากขึ้น และยังมีการแปลภาษาแบบทั้งระบบที่ทำให้สามารถแปลข้อความจากที่ไหนก็ได้บน iPhone เพียงแค่เลือกข้อความนั้นแล้วแตะ “แปลภาษา”
  • การตั้งค่า iPhone เครื่องใหม่ช่วยให้ผู้ใช้เริ่มใช้งาน iPhone ได้ราบรื่นไม่มีสะดุดยิ่งกว่าที่เคย โดยที่ผู้ใช้ iPhone อยู่แล้วสามารถสำรองข้อมูลจากเครื่องเดิมไว้ใน iCloud ชั่วคราว ถึงแม้จะไม่ได้สมัครสมาชิกไว้ แล้วถ่ายโอนข้อมูลมายังเครื่องใหม่ได้ง่ายๆ9 และสำหรับผู้ที่เปลี่ยนมาใช้เป็น iPhone เป็นครั้งแรก ก็มีการปรับปรุงประสบการณ์ “ย้ายไปยัง iOS” ให้สามารถถ่ายโอนอัลบั้มรูป ไฟล์ โฟลเดอร์ และการตั้งค่าการช่วยการเข้าถึงมาได้ง่ายๆ เพื่อให้รู้สึกว่า iPhone นั้นเป็นเครื่องของตัวเองตั้งแต่เริ่มใช้
  • คุณสมบัติการช่วยการเข้าถึงมาพร้อมความสามารถที่จะช่วยให้ผู้ใช้สำรวจผู้คน วัตถุ ข้อความ และตารางในภาพได้ละเอียดยิ่งขึ้นด้วย VoiceOver พร้อมด้วยเสียงในเบื้องหลังแบบใหม่ที่จะเล่นอยู่ในเบื้องหลังอย่างต่อเนื่องเพื่อกลบเสียงรอบข้างที่ไม่พึงประสงค์หรือเสียงรบกวนภายนอก และยังมีการทำงานด้วยเสียงสำหรับปรับแต่งคุณสมบัติ “การควบคุมสวิตช์” ให้ทำงานกับเสียงจากปาก รวมถึงปรับการแสดงผลและขนาดข้อความแยกสำหรับแต่ละแอปได้ Apple ยังเพิ่มการรองรับการตรวจสมรรถภาพการได้ยินจากแผนภูมิแสดงผลทดสอบการได้ยินที่อิมพอร์ตเข้ามาให้กับคุณสมบัติ “การช่วยปรับหูฟัง” หรือ Headphone Accommodations อีกด้วย

iOS 15 พร้อมให้ใช้งานแล้ววันนี้ในรูปแบบของการอัปเดตซอฟต์แวร์ฟรีสำหรับ iPhone 6s และใหม่กว่า ดูข้อมูลเพิ่มเติมที่ apple.com/th/ios/ios-15 คุณสมบัติบางประเภทอาจใช้ไม่ได้ในบางภูมิภาคหรือบางภาษา

ขอบคุณ – Sanook

Apple เตรียมปล่อยให้ดาวน์โหลด iOS 15, iPad OS 15, watchOS 8 และ tvOS 15 ในไทย คืนนี้

Apple เตรียมปล่อยให้ดาวน์โหลด iOS 15, iPad OS 15, watchOS 8 และ tvOS 15 ในไทย คืนนี้

Apple กำลังจะปล่อยระบบปฏิบัติการใหม่ อย่างเป็นทางการทั้ง iOS 15, iPad OS 15, watch OS 8, tvOS 15 สำหรับประเทศไทยจะตรงกับเที่ยงคืนของวันที่ 21 กันยายน นี้

สำหรับอุปกรณ์ที่สามารถดาวน์โหลดได้มีดังนี้


iOS 15 (iPhone / iPod Touch)

  • iPhone 12 และ 12 mini
  • iPhone 12 Pro และ 12 Pro Max
  • ‌iPhone SE‌ (2020)
  • iPhone 11
  • ‌iPhone 11‌ Pro และ 11 Pro Max
  • ‌iPhone‌ XS และ XS Max
  • iPhone XR
  • ‌iPhone‌ X
  • ‌iPhone‌ 8 และ 8 Plus
  • ‌iPhone‌ 7 และ 7 Plus
  • ‌iPhone‌ 6s และ 6s Plus
  • ‌iPhone SE‌ (2016)
  • iPod touch (รุ่นที่ 7)

iPad OS (iPad)

  • iPad Pro ทุกรุ่น
  • iPad (รุ่นที่ 5 และใหม่กว่า)
  • iPad mini (รุ่นที่ 4 และใหม่กว่า)
  • iPad Air (รุ่นที่ 3 และใหม่กว่า)
  • ‌iPad Air‌ 2

สำหรับ Watch OS 8 นั้นอัปเดตได้ตั้งแต่ Apple Watch Series 3, Series 4, Series 5, และ Series 6 ส่วน tvOS 15 นั้นจะรองรับกับ Apple TV 4K ทั้งรุ่นแรกและรุ่นที่ 2 แต่ถ้าเป็น Apple TV ความละเอียด HD ไม่สามารถดาวน์โหลดได้

ขอบคุณข้อมูล – Sanook

·   

·        

เปิดตัว Xiaomi 11T Pro สมาร์ทโฟนชาร์จไว แบตฯเต็มภายใน 17 นาที

เปิดตัว Xiaomi 11T Pro สมาร์ทโฟนชาร์จไว แบตฯเต็มภายใน 17 นาที

Xiaomi เปิดตัว XIAOMI 11T Pro และ XIAOMI 11T Series จัดสเปคหนักด้วย  Dimensity 1200 และ XIAOMI 11T Pro จัดหนักด้วยชิปแห่งที่สุดของการเล่นเกมอย่าง Snapdragon 888 ใช้จอ AMOLED ที่ได้คะแนน A+ จาก DisplayMate ด้วยเปิดตัวแล้ว XIAOMI 11T Pro กับสเปคที่จัดหนัก

  • หน้าจอ AMOLED 6.67 นิ้ว (FHD+), รองรับแสดงผล 120Hz HDR10
  • รองรับ Dolby Vision
  • ความจุ 128GB/256GB (UFS 3.1)
  • ใช้ชิป Snapdragon 888 + แรม 8GB
  • ระบบ Android 11 (MIUI 12.5)
  • กล้องหลัก 108MP OIS F1.8 + Ultra-Wide 8MP, Macro 5MP
  • กล้องหน้า 16MP
  • แบตเตอรี่ 5000 mAh (มีชาร์จเร็ว 120W แถมที่ชาร์จในกล่อง) ซึ่งชาร์จเต็มภายใน 17 นาที 
  • สามารถชาร์จไฟได้แม้อยู่ในอุณหภูมิระดับ -10 องศาเซลเซียส

ราคา Xiaomi 11T Pro 

  • 649 ยูโร (8GB+128GB)
  • 699 ยูโร (8GB+256GB)
  • 749 ยูโร (12GB+256GB)

สเปค Xiaomi 11T

  • หน้าจอ AMOLED ขนาด 6.67 นิ้ว (FHD+), รองรับแสดงผล 120Hz HDR10
  • ความจุ 128GB/256GB (UFS 3.1)
  • ชิป Dimensity 1200 + แรม 8GB
  • ระบบ Android 11 (MIUI 12.5)
  • กล้องหลัก 108MP F1.8 OIS + Ultra-Wide 8MP, Macro
  • กล้องหน้า 16MP
  • แบตเตอรี่ 5000 mAh (มีชาร์จเร็ว 67W)ชาร์จเต็มภายใน 37 นาที

ราคา Xiaomi 11T

  • 499 ยูโร (8GB+128GB)
  • 549 ยูโร (8GB+256GB)

ทั้งนี้ Xiaomi 11T Pro กับ Xiaomi 11T ใช้สโลแกนว่า Cinemagic เป็นโทรศัพท์มือถือที่เน้นฟีเจอร์ด้านการถ่ายวิดีโอ รองรับ 5G ทั้ง 2 ซิม มือถือรุ่นนี้จะเตรียมจำหน่ายในไทยในวันที่ 23 กันยายน 2021 ที่จะถึงนี้

เทียบ iPhone 13 ต่างจาก iPhone 12 อย่างไรบ้าง ?

เทียบ iPhone 13 ต่างจาก iPhone 12 อย่างไรบ้าง ?

เปรียบเทียบ iPhone 12 กับ iPhone 13 อย่างไรบ้าง

1. รุ่นเล็กสุดราคาต่างกัน 4,000 บาท

เปรียบเทียบ iPhone 12 กับ iPhone 13 รุ่นเล็กสุดราคาต่างกัน 4,000 บาท ส่วนต่างที่เพิ่มขึ้นมานี้ ไอโฟน 13 ได้ความจุเริ่มต้น 128GB ในขณะที่รุ่นก่อนเริ่มต้น 64GB ใครที่กำลังเปรียบเทียบราคาความคุ้มค่าทั้งสองรุ่น ต้องมองข้ามราคาไปที่คุณสมบัติอื่นด้วย ในตระกูล iPhone 13 แบ่งความจุออกเป็น 128GB, 256GB และ 512GB

2. แบตเตอรี่นานขึ้น

ใน iPhone 13 แบตเตอรี่สำหรับเล่นวิดีโอ นานขึ้น 2 ชั่วโมง และหากเปิดผ่านสตรีมมิงจะนานขึ้น 4 ชั่วโมง ส่วนใครที่ชอบฟังเพลง สามารถเล่นเพลงได้สูงสุด 75 ชั่วโมง ถือว่านานกว่าเดิม 10 ชั่วโมง ต่อการชาร์จ 1 ครั้ง

3. หน้าจอ Refresh Rate 120Hz

รุ่นใหม่ เพิ่มความสมูธของการสลับสับเปลี่ยนหน้าใช้งานต่างๆ ด้วยหน้าจอ Refresh Rate 120Hz ซึ่งรุ่นเดิมอยู่ที่ 60Hz ต้องวางจอเทียบกันทีละแอป ถึงจะเห็นความต่าง

4. iPhone 13 หนาขึ้นและหนักขึ้นเล็กน้อย

เมื่อเทียบขนาดระหว่าง iPhone 12 และ iPhone 13 รุ่นใหม่นั้นมีความหนาเพิ่มขึ้นเพียง 0.25 มิลลิเมตร และหนักขึ้น 11 กรัม ไม่ส่งผลต่อการใช้งานที่แตกต่าง แต่ก็พอจะบอกได้ว่าใส่เคสร่วมกันไม่ได้แน่นอน

5. iPhone 13 มีสีชมพู

ถ้ามองความต่างเรื่องสี iPhone 13 สีชมพู มีนัยสำคัญกับผู้ใช้สายหวานหรู สังเกตได้ว่ารุ่นนี้เอาสีทองออกไป ไม่มีอีกแล้วกับสีโกลว์ ส่วนสีขาวนั้นก็ปรับเป็นความเปล่งประกายที่เรียกสีนี้ว่า “สตาร์ไลท์” ถ้าใครเป็นคนที่ตัดสินใจซื้อมือถือเพราะสีสัน ความต่างนี้ก็ดูสำคัญ

6. ชิป A15 Bionic 5 นาโนเมตร

ค่ายต่างๆ เร่งพัฒนาระบบปฏิบัติการสำหรับการใช้งานอินเทอร์เน็ตไร้สาย 5G ซึ่งมีความเร็วเทียบเท่ากับการใช้เน็ตบ้านต่อเข้ากับเครื่องแลปทอปโดยตรง ทางแอปเปิลก็เคลมว่า ชิป A15 Bionic เป็นชิปที่เร็วที่สุดสำหรับสมาร์ทโฟน ซึ่งส่วนนี้ต้องรอคนได้ใช้จริงออกมารีวิว

เปรียบเทียบ iPhone 13 กับ iPhone 12 รุ่น Pro และ Pro Max

หลังจากที่ทราบความแตกต่างของ iPhone 12 และ iPhone 13 ในรุ่นเล็กสุดไปแล้ว ลองขยับมามองรุ่นพี่กันบ้าง เมื่อต้องการเปรียบเทียบ ต้องเลือกมวยให้ถูกรุ่น โดยเทียบ iPhone 13 Pro กับ iPhone 12 Pro แล้วค่อยไปเทียบ iPhone 13 Pro Max กับ iPhone 12 Pro Max

ความต่างระหว่าง iPhone 13 Pro และ iPhone 12 Pro

ความละเอียดของกล้องหน้าและกล้องหลังของสองรุ่นนี้เป็น 12MP แล้ว แต่ความต่างที่ชัดเจนอยู่ที่ความจุ 1TB ที่มีมาให้เลือกใน iPhone 13 Pro รุ่นใหม่ รวมถึงฟีเจอร์การใช้งาน “สไตล์ภาพถ่าย” และ การบันทึกวิดีโอ รายละเอียดความต่างอื่นๆ ของ iPhone 13 Pro มีดังนี้

– ชิป A15 Bionic

– เล่นวิดีโอได้นานกว่า 5 ชั่วโมง

– ความจุสูงสุด 1TB เพิ่มขึ้นมา

– เทคโนโลยี ProMotion ที่มีอัตราการดึงข้อมูลใหม่แบบปรับได้สูงสุดที่ 120Hz

– ปรับความสว่างสูงสุด 1,000 นิต รุ่นเดิม 800 นิต

– หนาขึ้น 0.25 มิลลิเมตร

– น้ำหนักมากขึ้น 20 กรัม

– ต่างที่กล้อง Telephoto

– มีคุณสมบัติ “สไตล์ภาพถ่าย” ทั้งกล้องหน้าและกล้องหลัง ในรุ่นก่อนไม่มี

– โหมดภาพยนตร์สำหรับการบันทึกวิดีโอที่มีมิติความชัดตื้น (1080p ที่ 30 fps)

– บันทึกวิดีโอ ProRes สูงสุด 4K ที่ 30 fps (1080p ที่ 30 fps สำหรับพื้นที่จัดเก็บข้อมูล ความจุ 128GB) ทั้งกล้องหน้าและกล้องหลัง

ความต่างระหว่าง iPhone 13 Pro Max และ iPhone 12 Pro Max

ต้องยอมรับว่า Pro Max เป็นรุ่นที่พัฒนามาให้หน้าจอใหญ่ขึ้น เพราะฉะนั้นสถาปัตยกรรมภายในเครื่องจะต้องประมวลผลให้ผู้ใช้งานรู้สึกไม่สะดุด iPhone 13 Pro Max และ iPhone 12 Pro Max เป็นโทรศัพท์ 5G จอใหญ่ที่ถูกจับตามองว่าเครื่องจะร้อนเวลาใช้งาน หรือเล่นเกมหรือไม่ รายละเอียดความต่างอื่นๆ ของ iPhone 13 Pro Max ที่เพิ่มเติมขึ้นมา มีดังนี้

– ชิป A15 Bionic

– ช่วงซูมแบบออปติคัล 6 เท่า รุ่นเดิม 5 เท่า

– GPU แบบ 5‑core ใหม่ รุ่นเดิม 4-core

– เล่นวิดีโอได้นานกว่ารุ่นก่อน 8 ชั่วโมง

– มีความจุ 1 TB เพิ่มขึ้นมาตั้งแต่รุ่น iPhone 13 Pro

– จอภาพมีเทคโนโลยี ProMotion ที่มีอัตราการดึงข้อมูลใหม่แบบปรับได้สูงสุดที่ 120Hz โดยรุ่นก่อนไม่มี

– ปรับความสว่างสูงสุด 1,000 นิต รุ่นเดิม 800 นิต

– หนาขึ้น 0.25 มิลลิเมตร

– น้ำหนักมากขึ้น 12 กรัม

– มีคุณสมบัติ “สไตล์ภาพถ่าย” ทั้งกล้องหน้าและกล้องหลัง ในรุ่นก่อนไม่มี

– โหมดภาพยนตร์สำหรับการบันทึกวิดีโอที่มีมิติความชัดตื้น (1080p ที่ 30 fps)

– บันทึกวิดีโอ ProRes สูงสุด 4K ที่ 30 fps (1080p ที่ 30 fps สำหรับพื้นที่จัดเก็บข้อมูล ความจุ 128GB) ทั้งกล้องหน้าและกล้องหลัง

สรุปความแตกต่างของไอโฟน 13 กับ ไอโฟน 12 ที่ชัดเจน

1. สี

2. ชิป A15

3. น้ำหนักที่มากขึ้น

4. มีคุณสมบัติ “สไตล์ภาพถ่าย” ทั้งกล้องหน้าและกล้องหลัง

5. เทคโนโลยี ProMotion ในการถ่ายวิดีโอที่มีทุกรุ่น

สุดท้ายนี้ การตัดสินใจซื้อหรือไม่ซื้อของลูกค้าปี 2021 ไม่ได้มาจากความแตกต่างที่แปลกใหม่เพียงอย่างเดียว ขึ้นอยู่กับโปรโมชันบัตรเครดิตที่โดนใจ และโปรโมชันค่ายมือถือที่คุ้มค่า รวมถึงสุขภาพทางการเงินที่จะไม่ไปสะดุดกับค่าใช้จ่ายส่วนอื่นด้วย

ขอบคุณ – ไทยรัฐ 

Apple ลดราคา iPhone รุ่นเก่า หลังเปิดตัว iPhone 13

Apple ลดราคา iPhone รุ่นเก่า หลังเปิดตัว iPhone 13

Apple ลดราคา iPhone 12, iPhone 11 หลัง iPhone 13 เปิดตัว

สำหรับราคาใหม่นี้ มีผลทันทีที่ Apple Store Online ไทย

ราคาใหม่ราคาเดิมราคาที่ลด
iPhone 12 mini
64GB21,90025,900-4,000
128GB23,90027,900-4,000
256GB27,90031,900-4,000
iPhone 12
64GB25,90029,900-4,000
128GB27,90031,900-4,000
256GB31,90035,900-4,000
iPhone 11
64GB19,50022,100-2,600
128GB21,50024,500-3,000
256GB

Apple ได้เลิกขาย iPhone XR พร้อมตัดความจุ 256GB ของ iPhone 11 และ iPhone SE (รุ่นที่ 2) ออกไปแล้ว

สรุปงานเปิดตัว iPhone 13, iPad mini 6, iPad 9 และ Apple Watch Series 7 สเปค และราคาทุกรุ่น

สรุปงานเปิดตัว iPhone 13, iPad mini 6, iPad 9 และ Apple Watch Series 7 สเปค และราคาทุกรุ่น

iPhone 13 Pro, iPhone 13 Pro Max

  • ใช้ดีไซน์เหมือนเดิม รอยบากเล็กลง
  • มีสีฟ้าเป็นสีใหม่ ชื่อสีเซียร์ร่าบลู นอกนั้นสีเดิมแต่สีทองเข้มขึ้น
  • กล้องหลัง 3 ตัว
  • กล้องหน้า TrueDepth เล็กลง
  • ชิป A15 Bionic
  • ใช้จอ Super Ratina XDR (APPLE Custom OLED)
  • จอ ProMotion สูงสุด 120 Hz ปรับเฟรมเรตตามความเหมาะสมระหว่างการใช้งาน
  • แบตเตอรี่ iPhone 13 Pro ใช้งานได้นานขึ้น 1.5 ชั่วโมง ส่วน iPhone 13 Pro Max เพิ่มขึ้น 2.5 ชั่วโมง
  • เลนส์ Wide รับแสงได้มากขึ้นสูงสุด 2.2 เท่า
  • เลนส์ Ultra-Wide รับแสงได้ดีขึ้น 92% ในที่แสงน้อย / มี Auto Fucus
  • เลนส์ Telephoto ซูมแบบออปติคอลได้ 3 เท่า
  • ถ่ายมาโครด้วยเลนส์ Ultra-Wide โฟกัสได้ในระยะห่างเพียง 2 ซม.
  • ระบบกล้องมาพร้อม HDR อัจฉริยะ 4
  • โหมดใหม่ Photographic Style ปรับค่าต่าง ๆ ของกล้องได้เองตามต้องการ (รองรับ 13 ทุกรุ่น)
  • ถ่าย Night Mode ได้ทุกเลนส์
  • วิดีโอ มี Macro Slomo / ปรับค่า f ในวิดีโอได้ (Cinematic Mode )
  • ProRes รองรับ 4K 30fps
  • ความจุ 128GB, 256GB, 512GB และเพิ่มสูงสุดที่ 1TB

เปิดตัว iPhone 13 mini, iPhone 13

  • กล้องหลังแนวทะแยง
  • iPhone 13, iPhone 13 mini
  • ดีไซน์เดิมเหมือน iPhone 12 แต่รอยบากเล็กลง
  • ใช้จอ Super Ratina XDR
  • กระจกหน้าจอ Ceramic Shield
  • กันน้ำฝุ่น IP68
  • มี 5 สีใหม่ Pink, Blue, Midnight, Starlight, (PRODUCT)RED
  • กล้องหน้า TrueDepth เล็กลง
  • ปรับดีไซน์แผงวงจรใหม่ แบตเตอรี่ใหญ่ขึ้น
  • แบตเตอรี่ของ iPhone 13 mini ใช้ได้นานขึ้น 1.5 ชั่วโมง ส่วน iPhone 13 ใช้ได้นานขึ้น 2.5 ชม
  • จอสว่างขึ้น 28% ความสว่างสูงสุด 1200 นิต
  • ชิป A15 Bionic
  • ปรับปรุงกล้องหลังเซ็นเซอร์ใหญ่ขึ้น
  • ระบบกล้องมาพร้อม HDR อัจฉริยะ 4
  • กล้อง Wide ความละเอียด 12 ล้านพิกเซล เก็บแสงได้เพิ่มขึ้น 47 %
  • กล้อง Ultra Wide ความละเอียด 12 ล้านพิกเซล เซ็นเซอร์เร็วขึ้น
  • ถ่าย Night Mode ได้ทุกเลนส์
  • ถ่ายไทม์เลปส์โดยใช้ Night Mode ได้
  • โหมดสำหรับถ่ายวิดีโอใหม่ เรียกว่า Cinematic Mode
  • ความจุ 128GB, 256GB, 512GB

เปิดตัว iPad mini รุ่นที่ 6

  • ดีไซน์คล้าย iPad Air
  • ใช้ชิป A15 Bionic
  • มี 4 สี ม่วง ชมพู ทอง (Starlight) สเปซเกรย์
  • ปุ่ม Power ด้านบน
  • จอ True Tone
  • Touch ID ที่ปุ่ม Power
  • CPU เร็วขึ้น 40 %
  • GPU เร็วขึ้น 80% ถ้าเทียบกับไอแพดมินิรุ่นที่ 5
  • Neural Engine เร็วขึ้น 2 เท่า
  • พอร์ต USB-C (เชื่อมต่อเร็วขึ้น 10 เท่า)
  • รองรับ 5G ความเร็ว 3.5 Gbps
  • รองรับ Wi-Fi 6
  • กล้องหลัง 12 ล้านพิกเซล f1.8 มาพร้อม True Tone flash
  • กล้องหน้า 12 ล้านพิกเซล แบบ Ultra Wide มีฟีเจอร์ Center Stage เหมือนใน iPad Pro M1
  • ใช้กับ Apple Pencil รุ่นที่ 2
  • แถม Adapter USB-C ขนาด 20W
  • ความจุเท่าเดิม แต่ราคาเพิ่มขึ้นตามดีไซน์และสเปคที่ถูกอัปเกรด
  • มาพร้อม Smart Folio Cover 5 สี

เปิดตัว iPad รุ่นที่ 9

  • ใช้ดีไซน์เดิม จอ 10.2″
  • ใช้ชิป A13 Bionic เร็วขึ้น 20% CPU GPU และ Neural Engine เร็วขึ้น!
  • กล้องหน้าความละเอียด 12 ล้านพิกเซล แบบ Ultra Wide มาพร้อมมีฟีเจอร์ Center Stage เหมือน iPad Pro M1
  • จอภาพสี True-Tone
  • ยังคงใช้งานร่วมกับ Apple Pencil รุ่นที่ 1
  • แบตเตอรี่ใช้ได้ทั้งวัน
  • ความจุเพิ่มขึ้น 2 เท่า โดยความจุมีให้เลือก 2 ขนาด คือ 64GB และ 256GB (จากเดิม 32GB และ 128GB)
  • กล้องหลังความละเอียด 8 ล้านพิกเซล
  • มาพร้อมอะแดปเตอร์ USB-C 20 W
  • มี 2 สีเหมือนเดิม คือสี Silver และ Space Grey
  • ราคาแพงขึ้นเล็กน้อยตามความจุที่เพิ่มขึ้น

เปิดตัว Apple Watch Series 7

  • ดีไซน์ตัวเรือนโค้งมนแบบเดิม
  • ลดขอบจอลง เพิ่มพื้นที่หน้าจอมากขึ้น ขอบเล็กลง 40%
  • มาพร้อมตัวเรือนขนาดใหม่ ขนาด คือ 41 mm และ 45 mm
  • จอสว่างขึ้น 70%
  • ประมวลผลเร็วขึ้น
  • ใช้งานคีย์บอร์ดบน Apple Watch ได้แล้ว เหมือนคีย์บอร์ดบนไอโฟน
  • มาพร้อมหน้าปัดไดนามิค และโมดูลาร์แบบใหม่
  • หน้าจอรองรับการแตก เป็น AW ที่แข็งแรงที่สุด
  • กันฝุ่น IPX6
  • กันน้ำมาตรฐาน WR50
  • แบตเตอรี่ใช้งาน 18 ชม
  • ชาร์จได้เร็วขึ้น รองรับ Fast charge เร็วขึ้น 33% ใช้เวลา 45 นาที ชาร์จจาก 0-80%
  • รุ่นเริ่มต้นมีสีใหม่ คือ สีเขียว และสี Starlight
  • มีฟีเจอร์ ECG และวัดออกซิเจนในเลือดได้

ราคา iPhone 13, iPhone 13 Pro ทุกรุ่น


ขอบคุณรูป และข้อมูลจาก www.iphonemod.net

เช็คเงื่อนไข ธนาคารทิสโก้ช่วยลูกค้า “คืนรถจบหนี้”

เช็คเงื่อนไข ธนาคารทิสโก้ช่วยลูกค้า “คืนรถจบหนี้”

ธนาคารทิสโก้ จัดตั้งโครงการพิเศษ “คืนรถจบหนี้” เร่งช่วยเหลือลูกหนี้เช่าซื้อ-จำนำทะเบียนรถยนต์ทั่วประเทศ ที่ได้รับผลกระทบรุนแรงจากโควิด-19 ระลอกใหม่ หวังช่วยลูกหนี้ปลดภาระและกลับมาใช้ชีวิตประจำวันได้ตามปกติ เปิดรับลงทะเบียนถึง 30 กันยายน 2564

นายเมธา ปิงสุทธิวงศ์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ ธนาคารทิสโก้ จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของลูกค้าตามนโยบายของธนาคารแห่งประเทศไทย ธนาคารจึงจัดตั้งโครงการพิเศษภายใต้ชื่อ “คืนรถจบหนี้” เพื่อให้ความช่วยเหลือกลุ่มลูกค้าเช่าซื้อและลูกค้าจำนำทะเบียนรถยนต์ ที่ได้รับผลกระทบรุนแรงจากการแพร่ระบาดของโควิด-19 ระลอกใหม่ โดยการเร่งเข้าไปช่วยเหลือในกลุ่มที่ไม่สามารถผ่อนชำระค่างวดต่อไปได้มีทางเลือกในการคืนรถ โดยที่ธนาคารจะเป็นผู้รับผิดชอบหรือ “ยกหนี้ให้” ภายใต้เงื่อนไขที่กำหนด

นายเดชพินันท์ สุทัศนทรวง ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่อาวุโส – ปฏิบัติการสินเชื่อรายย่อย ธนาคารทิสโก้ จำกัด (มหาชน) ให้รายละเอียดเพิ่มเติมสำหรับเงื่อนไขของมาตรการคืนรถจบหนี้ ว่า จะต้องเป็นลูกค้าตามสัญญาเช่าซื้อหรือจำนำทะเบียนรถยนต์ของธนาคารทิสโก ทั้งรถส่วนบุคคลและรถเพื่อการพาณิชย์ ที่ได้รับผลกระทบอย่างรุนแรงจากโควิด-19 และมีสถานะไม่ค้างชำระเกิน 90 วัน ก่อนวันที่ 1 มีนาคม 2563 ซึ่งการพิจารณาให้ความช่วยเหลือลูกค้าแต่ละรายจะเป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่ธนาคารกำหนด โดยพิจารณาจากผลกระทบที่ลูกค้าได้รับ รวมทั้งข้อมูลและเอกสารประกอบ ลูกค้าสามารถลงทะเบียนผ่านช่องทางที่ธนาคารกำหนด ได้ตั้งแต่วันนี้ ถึง 30 กันยายน 2564

เงื่อนไขและคุณสมบัติของผู้ขอรับมาตรการฯ

1.เป็นลูกค้าสินเชื่อเช่าซื้อหรือสินเชื่อทะเบียนรถยนต์ (จำนำทะเบียนรถยนต์)

2.เป็นลูกค้าที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์แพร่ระบาดของไวรัส COVID-19 โดยมีรายได้ลดลงและไม่สามารถชำระค่างวดตามสัญญาเดิมได้ในระยะยาว (โดยลูกค้าต้องแสดงหลักฐาน / ข้อมูลว่าเป็นผู้ที่ได้รับผลกระทบ)

3.รถยนต์ยังอยู่ในสภาพเรียบร้อย และสามารถใช้งานได้ตามปกติ

4.มีประวัติผ่อนชำระค่างวดตามสัญญา มาแล้วไม่น้อยกว่า 12 งวด

5.ณ วันที่ 1 มีนาคม 2563 ต้องมีสถานะบัญชีไม่ค้างชำระ หรือค้างชำระเงินต้นหรือดอกเบี้ยไม่เกินกว่า 90 วัน นับแต่วันครบกำหนดชำระ การพิจารณาให้ความช่วยเหลือลูกค้าแต่ละรายเป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่ธนาคารกำหนด โดยธนาคารจะพิจารณาจากผลกระทบที่ลูกค้าได้รับ รวมทั้งข้อมูล เอกสารประกอบที่ลูกค้านำส่ง

สามารถเช็กเงื่อนไขโครงการได้ที่ https://www.tisco.co.th/th/whatsnew/returncar-enddebt.html และลูกค้าสามารถลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการได้ที่ www.tisco.co.th รวมถึงติดตามข่าวสารผ่านช่องทางดังกล่าวและที่ Line @TISCO / Facebook Fanpage TISCO สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม โทร. 0 2633 6000 หรือ 0 2080 6000